แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - teareborn

หน้า: [1] 2 3 ... 13
1

ชาเขียว
กว่าจะมาเป็นชาเขียวคือ ชาที่ได้มาจากต้นชา ซึ่งฯลฯที่มีชื่อด้านวิทยาศาสตร์ว่า Camellia sinensis โดยเป็นชาในจำพวกที่ไม่ผ่านกรรมวิธีหมักแต่อย่างใด ซึ่งคุณสามารถตระเตรียมเครื่องดื่มได้ โดยการนำใบสดมาผ่านความร้อนเพื่อทำให้ใบชากำเนิดความแห้งอย่างเร็ว
ในส่วนของวิธีการทำก็คือ
เริ่มจากการเก็บใบชาแล้วเอามาทำให้แห้งอย่างเร็วในหม้อทองแดงโดยใช้ความร้อนที่ไม่สูงกระทั่งเกินความจำเป็นและก็ใช้มือสำหรับเพื่อการกดเบาๆก่อนที่ใบชาจะเริ่มแห้ง แต่ว่าสำหรับผู้ใดกันที่ปรารถนาใช้วิธีสำหรับการอบไอน้ำ ก็สามารถทำได้ด้วยการอบไอน้ำในช่วงเวลาสั้นๆแล้วหลังจากนั้นก็นำไปอบแห้งเพื่อเป็นการยั้งแนวทางการทำงานของโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี โดยความร้อนนั้นจะเป็นการช่วยในส่วนของการยับยั้งการทำงานของโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีจนถึงทำให้ไม่มีการเสื่อมสภาพ จึงมองเห็นได้ว่าใบชาที่ได้มานั้นแม้ว่าจะแห้งแม้กระนั้นก็ยังคงความสดเอาไว้แล้วก็มีสีที่ค่อนข้างเขียว
สำหรับใบชาที่ผ่านขั้นตอนของการหมักดองนั้น
จะก่อให้ใบชามีสารประกอบของฟีนอลหลงเหลืออยู่มากยิ่งกว่าในชาอู่หลงแล้วก็ชาดำ เหตุเพราะชาทั้งสองแบบนี้จะผ่านการหมักมาก่อน ก็เลยทำให้มีอาการชาเขียวเป็นชาที่มีฤทธิ์สำหรับการต้านทานอนุมูลอิสระมากกว่าชาทั้งสองชนิดนั่นเอง นอกนั้น ชาเขียวยังมีสาร EGCG โดยประมาณ 35-50% แม้กระนั้นในชาอู่หลงจะมีสารดังที่กล่าวมาแล้วราวๆ 8-20% รวมทั้งชาดำจะมีสารดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นประมาณ 10% แค่นั้น
เก็บใบชาอย่างไรให้ได้ประสิทธิภาพ
สำหรับชาเขียวที่มีคุณภาพนั้นจะได้จากใบชาคู่ที่หนึ่งและใบชาคู่ที่สองสำนักงานเก็บจากยอดซึ่งชาคู่อันดับที่หนึ่งแล้วก็สองนั้นชาวจีนจะเรียกว่า บู๋อี๋ ส่วนใบชาคู่ลำดับที่สามและก็สี่จากยอดนั้นชาวจีนจะเรียกว่า อันเคย และก็ส่วนใบชาคู่ที่ห้ารวมทั้งหกจากปลายยอดจะจัดอยู่ในจำพวกของชาชั้นเลว โดยที่ชาวจีนจะเรียกว่า ล่ำก๋อง ส่วนในเรื่องของกลิ่น สี และรสชาติของนั้นจะขึ้นกับจำนวนของสารค้างเทคุ้นชินที่มีอยู่ในชา แล้วก็ในส่วนของฤดูการเพาะปลูก รวมถึงการเก็บเกี่ยว ก็จะส่งผลต่อระดับของสารค้างเทชิน ซึ่งสารประเภทนี้จะมีอยู่ราว 12-13% ในตอนที่อยู่ในฤดูใบไม้ผลิ แม้กระนั้นในทางกลับกันในช่วงฤดูร้อนจะมีสารคาเทคุ้นชินในชาอยู่ราว 13-14% และสำหรับอ่อนจะมีสารคาเทชินอยู่มากยิ่งกว่าแก่สารอาหารสำคัญ
สรรพคุณของชาเขียว
มีส่วนสำหรับในการรักษาโรคปวดหัวไปจนถึงโรคเศร้าใจได้อย่างดีเยี่ยม โดยเมืองจีนได้มีการใช้ชาเขียวในการรักษาโรคต่างๆมาเป็นเวลามากกว่า 4,000 ปีมาแล้ว
 มีส่วนช่วยแก้หวัด แก้อาการร้อนใน ช่วยสำหรับเพื่อการขับพิษ และก็ช่วยขับเหงื่อในร่างกาย
 ช่วยแก้อาการเมาแอ๋ ทั้งยังมีผลให้หายเมาได้อย่างดีเยี่ยม
 มีส่วนช่วยในการนำมาซึ่งการก่อให้เกิดการเจริญของกินมีส่วนช่วยสำหรับเพื่อการเพิ่มแบคทีเรียประเภทดีในไส้ ก็เลยมีส่วนช่วยสำหรับในการล้างพิษและช่วยกำจัดพิษในลำไส้ได้ช่วยคุ้มครองการเกิดลิ่มเลือดภายในร่างกายคุ้มครองป้องกันตับจากพิษต่างๆแล้วก็โรคจำพวกอื่นๆที่สามารถเกิดขึ้นกับตับได้มีฤทธิ์สำหรับการต้านทานอาการอักเสบต้านทานจุลอินทรีย์ที่อยู่ในลำไส้ ต่อต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัส แล้วก็ช่วยต่อต้านเชื้อ Botulinus แล้วก็เชื่อStaphylococcusมีส่วนช่วยในการขับฉี่ และก็ช่วยคุ้มครองป้องกันนิ่วในถุงน้ำดีและก็ในไตช่วยในการห้ามเลือดหรือทำให้เลือดไหลได้ช้าลงมีส่วนช่วยสำหรับการคุ้มครองโรคข้ออักเสบรูมาติก ซึ่งเป็นโรคที่มีอาการอักเสบบวมแดง มีผลทำให้ปวดเมื่อตามกล้ามเนื้อรวมทั้งข้อต่อ โดยอาการรูปแบบนี้ชอบเกิดกับวัยกลางคนใช้เป็นยาพอกเพื่อรักษาแผลอักเสบ แผลพุพอง ฝีหนอง ไฟเผา รวมทั้งช่วยบรรเทาอาการผดผื่นคัน แมลงสัตว์กัดต่อย ใช้เป็นยากันยุง รวมทั้งแก้ผิวร้อนแห้งได้อย่างดีเยี่ยมมีส่วนช่วยสำหรับเพื่อการก่อให้เกิดการคลายเครียดอารมณ์ ช่วยระบายความร้อนที่เกิดกับศีรษะแล้วก็เบ้าตา จึงทำให้ตาสว่าง ไม่ง่วงหงาวหาวนอน แถมยังเป็นเหตุให้หายใจชื่นบานได้อีกด้วยช่วยแก้อาการท้องเดิน ท้องร่วง รวมทั้งท้องบิดได้เป็นอย่างดีมีส่วนช่วยสำหรับการแก้อาการอยากกินน้ำ ช่วยสำหรับเพื่อการระบายความร้อนให้ออกจากปอด แถมยังช่วยขับเสมหะได้อีกด้วย
ชาเขียวกับฤทธิ์ทางยา
ชาเขียวมีผลต่อการขัดขวางภาวการณ์โรคต่างๆซึ่งมีงานศึกษาวิจัยมากที่ส่งเสริมว่านั้นมีสาระต่อสุขภาพร่างกาย
 มีฤทธิ์สำหรับในการลดความอ้วนเนื่องจากว่ามีการวิจัยได้ระบุว่าสารแคทคราวเคยชินที่มีส่วนสำหรับการลดความอ้วนพบบ่อยที่สุดใน
 มีฤทธิ์สำหรับการช่วยเพิ่มการเผาพลังงานและก็ไขมัน จนถึงส่งผลต่อการควบคุมน้ำหนักของร่างกายได้อย่างดีเยี่ยม
 มีส่วนช่วยสำหรับเพื่อการลดคอเลสเตอรอลและก็ระดับน้ำตาลในเลือด
 มีงานศึกษาค้นคว้าวิจัยทางสถานพยาบาลที่ค้นพบว่ามีฤทธิ์สำหรับการต่อต้านการเกิดโรคของเส้นโลหิตหัวใจ
 ส่งผลต่อการช่วยลดอัตราเสี่ยงที่จะกำเนิดโรคมะเร็งต่างๆ
 เขียวปกติ VSมัทฉะ
 ตามปกติผงจะถูกแบ่งจำพวกกันตั้งแต่กรรมวิธีปลูกว่าต้องการให้ผงที่ออกมาเป็นประเภทไหนก่อนที่จะถูกนำเข้าสู่การทำให้เป็นผุยผงที่แตกต่าง ความไม่เหมือนของทั้งสองแบบนี้ มาจาก "กรรมวิธีปลูก" ที่ไม่เหมือนกัน ตั้งแต่การเก็บเกี่ยวเอาส่วนของยอดอ่อนใบที่มีความสดใหม่ และก็เป็นใบอ่อน เมื่อเก็บมาใหม่ๆจะนำไปเข้าสู่ขั้นตอนการอบแห้ง จะได้ออกมาเป็นแบบใบแห้งที่เรียกว่า “เทนชะ” ก่อนนำไปเข้าขั้นตอนการผลิต
ต่อไปโดยจัดชนิดและประเภทออกเป็น 2 จำพวก คือ
1. ผงชาเขียวปกติ
ปกติ จะมีกรรมวิธีการบดที่มิได้สลับซับซ้อนมากมาย โดยมากนำมาชงด้วยวิธีการกรองเอาใบชาออก ให้ได้เป็นน้ำชาใสๆที่มีกลิ่นและรสไม่เข้มข้นมากเท่าไรนัก สำหรับดื่มได้ทั้งร้อนรวมทั้งเย็นใบจะไม่ละเอียดมาก อาจมีสีเข้มขึ้น เพราะว่าผ่านการบดที่โดนความร้อน
2. ผงชาเขียวมัทฉะ
 มัทฉะจะ{เป็นผง|เป็นผุยผงที่ราคาแพงแพงมากกว่าหลายเท่าตัว ด้วยเหตุว่าแนวทางการทำมีความยุ่งยากมากกว่า สำหรับในการบดจำเป็นจะต้องใช้เทคโนโลยีที่จะไม่ทำให้ใบชาโดนความร้อน เพื่อเป็นการรักษาสีเขียวของใบ รสชาติที่สดใหม่ราวกับเด็ดจากต้น และก็คุณค่าของใบชาให้เพอร์เฟ็คสูงที่สุด อีกทั้งเมื่อบดออกมาแล้วจะมีความละเอียดมากๆสามารถนำไปชงละลายน้ำได้ทันที และก็ได้รสชาติที่เข้มข้นมากกว่าธรรมดาชนิดนี้ยังนิยมนำไปใช้เป็นส่วนประกอบของเครื่องดื่ม ขนมหวาน รวมไปถึงอาหารบางจำพวกอีกด้วย

คุณประโยชน์ของชาเขียว
ใช้เพื่อเป็นการแต่งกลิ่น สี แล้วก็รสของของกิน
 เพื่อเป็นการตอบสนองในสิ่งที่ต้องการที่มีความมากมายหลายของผู้บริโภค แล้วก็ชาเขียวยังจัดเป็นสารที่ให้กลิ่นรสจากธรรมชาติยอดนิยมมหาศาลในขณะนี้ ทั้งยังยังเป็นกลิ่นแล้วก็รสที่นิยมนำมาเป็นส่วนประกอบของของกินหลากชนิด อาทิเช่น ขนมปัง เค้ก ขนมขอบบด ทอฟฟี่ ฯลฯ
 ใช้เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์เครื่องใช้สอยต่างๆ
 ไม่ว่าจะเป็นเกลืออาบน้ำ ครีมดูแลผิว สบู่ น้ำยาดับกลิ่น ยาสีฟัน โลชั่น แล้วก็น้ำยาบ้วนปาก โดยผ่านการสกัดจากก่อนนำมาใช้สำหรับในการทำสินค้าดังที่กล่าวถึงแล้ว
 สามารถนำมาเพิ่มความสวยให้แก่ชราเองได้
 โดยการนำน้ำแร่มาต้มให้เดือด หลังจากนั้นใส่ผงหรือใบตามลงไป แล้วจึงค่อยทิ้งเอาไว้ให้เย็น เสร็จแล้วจึงเทน้ำที่ได้มาใส่ลงไปในขวดสเปรย์ เอาไว้ใช้ฉีดหน้าในทุกเวลาที่ต้องการ ซึ่งวิธีการแบบนี้จะช่วยเพิ่มความสดชื่นและก็ความสดใสให้กับผิวหน้าได้เป็นอย่างดี
 สามารถใช้เพื่อดับกลิ่นปากและก็แบคทีเรียในช่องปากได้
 ทั้งยังยังช่วยปรับลมหายใจมีความมีชีวิตชีวาอีกทั้งยังช่วยคุ้มครองป้องกันการรับเชื้อได้อย่างดีเยี่ยม ด้วยเหตุว่าได้มีผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเพส ประเทศอเมริกา ได้ศึกษาและทำการค้นพบว่าสารสกัดจากนั้นมีคุณประโยชน์ที่ช่วยสำหรับในการยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและช่วยทำลายจุลอินทรีย์ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคต่างๆนั่นเอง
 มีส่วนช่วยสำหรับในการคุ้มครองป้องกันฟันผุ เพราะเหตุว่าสามารถทำลายแบคทีเรียได้ รวมทั้งสามารถป้องกันของกินเป็นพิษและก็ยังช่วยฆ่าแบคทีเรียที่อาจจะส่งผลให้เกิดคราบเปื้อนพลัคในช่องปากได้เหมือนกัน โดยจากการทดสอบในห้องทดลองพบว่าสาร catechins นั้นมีส่วนช่วยสำหรับในการยั้งกรรมวิธีการผลิตกลูแคนของเชื้อ Streptococcus mutans ในช่องปากได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างยิ่งจริงๆ
การรักษาโรคด้วยชาเขียวกับพืชสมุนไพร

  • ชาเขียวกับเม็ดบัว ช่วยทุเลาอาการฝันเปียก ทั้งยังยังช่วยสำหรับการหลั่ง
  • เร็วของสุภาพบุรุษกับลูกเดือย ช่วยลดอาการบวมน้ำ มดลกอักเสบ และก็อาการตกขาว
  • กับน้ำตาลกลูโคส ช่วยทุเลาอาการตับอักเสบ
  • กับโสมอเมริกา ช่วยปรับร่างกายมีความสดชื่น ทั้งยังช่วยแก้คอแห้งผาก แล้วก็ช่วยบำรุงหัวใจ
  • กับขิงสด ช่วยรักษาอาการจุกลมแล้วก็ของกินเป็นพิษ
  • กับบ๊วยเค็ม ช่วยบรรเทาอาการคอแห้ง แสบคอ และเสียงแหบ
  • กับเม็ดเก๋ากี้ ช่วยลดหุ่นและก็อาการตาฟาง
  • กับตัวต้นหอม ช่วยแก้โรคไข้หวัดแล้วก็ช่วยขับเหงื่อซึมจากร่างกาย
  • กับใบหม่อน ช่วยคุ้มครองปกป้องโรคหวัด แลช่วยลดไขมันในเส้นเลือดได้เป็นอย่างดี
  • กับเนื้อลำไยแห้ง ช่วยบำรุงรักษาสมองและก็เสริมสร้างในเรื่องความจำ
  • กับดอกเก๊กฮวยสีเหลือง ช่วยแก้อาการตาลายศีรษะและก็อาการตาลาย
  • กับตะไคร้ ช่วยขับไขมันในเส้นโลหิตได้เป็นอย่างดี
  • กับขึ้นฉ่าย ช่วยลดความดันโลหิต
  • กับหนวดข้าวโพด ช่วยลดความดันโลหิต ลดอาการบวมน้ำรวมทั้งช่วยลดระดับน้ำตาลในเส้นโลหิต
  • กับไส้หมาก ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด


2


โด่ไม่รู้ล้ม
ชื่อสมุนไพร  โด่ไม่รู้ล้ม
ชื่ออื่นๆ / ชื่อท้องถิ่น หญ้าไก่นกคุ้ม , หญ้าสามสิบสองหาบ , หญ้าไฟนกคุ้ม , หนาดผา (ภาคเหนือ) , ขี้ไฟนกคุ่ม (เลย) , หญ้าปราบ (ภาคใต้) , หนาดมีแคลน (สุราษฎร์ธานี) , เคยโป๊ , ตะชีโกวะ (กะเหรี่ยง) , ก้อมทะ (ลั๊วะ) , จ่อเก๋ (ม้ง)
ชื่อวิทยาศาสตร์  Elephantopus scaber Linn.
ชื่อสามัญ   Prickly-Leaved Elephant’s Foot
วงศ์    ASTERACEAE

ถิ่นกำเนิด
โด่ไม่รู้ล้ม เป็นพืชที่ถูกเรียกชื่อตามรูปแบบของลำต้นที่เมื่อถูกดูถูกดูหมิ่นหรือถูกทับก็จะแบนราบลงไปกับพื้นดิน แต่เมื่อเวลาผ่านไปเพียงเดี๋ยวเดียว ลำต้นก็จะกลับมาตั้งโด่ดังเดิมก็เลยเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดชื่อ โด่ไม่รู้ล้ม ซึ่งพืชนี้ข้อมูลบ้านเกิดเมืองนอนที่จริงจริงยังไม่กระจ่างแต่จัดเป็นพืชในเขตร้อนที่พบได้ในประเทศเขตร้อนทั่วทั้งโลก รวมถึงเมืองไทยด้วย ซึ่งในประเทศไทยสามารถเจอได้ทั่วทุกภาคของประเทศ และก็พบได้บ่อยตามป่าดงดิบ ป่าสนเขา ป่าเต็งรัง และป่าโปร่งที่มีภาวะของดินเป็นดินร่วนปนทราย
ลักษณะทั่วไป โด่ไม่รู้ล้ม จัดเป็นไม้ล้มลุก ลำต้นสั้น กลม ชี้ตรง สูง 10-30 เซนติเมตร ตามผิวลำต้น มีขนสีขาวตรงละเอียดห่าง สาก ใบเป็นใบโดดเดี่ยวอยู่รอบๆเหนือเหง้าชิดกันเป็นวงกลม เรียงสลับชิดกันอยู่เป็นกระจุก เหมือนดอกกุหลาบซ้อนที่โคนต้น รูปแบบของใบเป็นรูปหอกหัวกลับ แผ่นใบกว้างโดยประมาณ 3-5 เซนติเมตรและก็ยาวประมาณ 8-20 เซนติเมตร ขอบของใบหยักหรือเป็นจักคล้ายฟันเลื่อยห่างๆมีเส้นกิ้งก้านของใบประมาณ 12-15 คู่ ส่วนของใบที่ค่อนไปทางปลายจะผายกว้าง แล้วสอบเป็นแหลมทื่อๆส่วนโคนใบจะสอบแคบจนกระทั่งก้านใบ มีเนื้อใบครึ้มสาก ผิวใบจะมีขนสากเล็กๆขนตรงห่างมีสีขาว แล้วก็มีขนต่อมห่างอยู่ทั้งคู่ด้าน โดยท้องใบจะมีขนมากกว่าหลังใบ แผ่นใบมักแผ่ราบไปกับพื้นดิน ก้านใบยาวประมาณ 0.5-2 ซม. หรือเปล่ามีก้านใบ ดอกช่อแทงออกจากกลางต้น ช่อดอกรูปขอบขนาน มี 4 ดอกย่อย ยาว 8-10 มิลลิเมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 2-3 มิลลิเมตร ดอกย่อยขนาดเล็กดอกรูปหลอดสีม่วง หลอดกลีบยาว 3-3.5 มิลลิเมตร หมดจด ปลายกลีบยาว 1.5-2 มม. ไม่มีขน เกสรเพศผู้สีเหลือง มีอับเรณูยาว 2.2-2.3 มม. ปลายแหลม ฐานเป็นติ่งแหลม ก้านชูอับเรณูยาว 1.5-1.7 มม. เกสรเพศเมียมีก้านเกสรยาว 7-8 มิลลิเมตร ยอดเกสรยาว 0.5-0.6 มิลลิเมตร มีขนที่ปลายยอดแล้วก็หมดที่รอยแยก แต่ละช่อย่อยมาอยู่รวมกันเป็นช่อกลุ่มกลมที่ปลายก้านดอก รอบๆโคนกลุ่มดอกมีใบแต่งแต้มแข็งรูปสามเหลี่ยม แนบอยู่ 3 ใบ ยาว 1-2 ซม. กว้าง 0.5-1.5 ซม. ขอบของใบเรียบปลายเรียวแหลม ที่ผิวใบทั้งคู่ด้านมีขนตรงสีขาว ออกที่ปลายยอดแบบช่อแยกแขนง ก้านช่อดอกมีความยาวได้ถึง 8 เซนติเมตรและก็มีขนสาดๆอยู่ทั่วๆไป ส่วนฐานรองดอกจะแบนรวมทั้งหมดจด มีเส้นผ่านศูนย์กลางราวๆ 0.5-0.7 มม. วงใบเสริมแต่งเป็นรูปขอบขนาน มี 2 ชั้น สูงราว 7-10 มิลลิเมตร มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2-3 มิลลิเมตร ใบประดับประดาเหมือนรูปหอก ผิวข้างนอกมีขนตรง ส่วนขอบใบมีขนชุดครุย ชั้นนอกเป็นรูปใบหอกยาวราวๆ 4-6 มม.รวมทั้งกว้างราว 0.5-1.5 มิลลิเมตร ปลายแหลม ส่วนชั้นที่ 2 เป็นรูปขอบขนานกว้างประมาณ 1-2 มิลลิเมตรและยาวประมาณ 8-10 มม. ปลายแหลม สีขาว เป็นเส้นตรงแข็ง มี 5 เส้น เรียง 1 ชั้น ยาวโดยประมาณ 5-6 มิลลิเมตรส่วนผลสำเร็จแห้งและไม่แตก ลักษณะของผลเล็กและเรียว เป็นรูปกรวยแคบ ผิวภายนอกผลมีขนหนาแน่น ยาวราว 2.5-3 มิลลิเมตรและกว้างประมาณ 0.4-0.5 มม. ผลไม่มีสัน
การขยายพันธุ์ โด่ไม่รู้ล้มเป็นพืชล้มลุกที่ทนแล้งเจริญ สามารถขยายพันธุ์ได้หลายวิธี ยกตัวอย่างเช่น การเพาะเมล็ดหรือการแยกต้นแยกหัว ที่สามารถปลูกเอาไว้ภายในแปลงหรือปลูกใส่กระถางได้โดยการปลูกโด่ไม่รู้ล้มนั้นก็ดังการปลูกพืชธรรมดา เป็น จัดเตรียมหลุมและก็รองตูดหลุมใส่ต้นจำพวกลงไปกลบดินแล้วรดน้ำเพียงพอเปียกแต่ว่าภาวะดินที่ปลูกต้องเป็นดินร่วมปนทราย และควรจะปลูกกลางแจ้ง เพราะเหตุว่าโด่ไม่รู|ไม่รู้เรื่อง|ไม่เคยรู้|ไม่เคยทราบ|ไม่ทราบ|ไม่รู้จัก}ล้มเป็นพืชที่ชอบแดดและก็ทนแล้งก้าวหน้า
องค์ประกอบทางเคมี
ในส่วนต่างๆของโด่ไม่รู้ล้มพบสารกรุ๊ป elephantopins แล้วก็ deoxyelephanpin Crepiside E, cynaropicrin deacyl; cyanaropicrin-3-β-D-glucopyranoside deacyl; dotriacontan-1-ol; elephantopin, 11-13-dihydro-deoxy; elephantopin, 11-13-dihydro; elephantopin deoxy; elephantopin, iso-deoxy; friedelanol, epi; friedelinol, epi; lupeol; stigmasterol; stigmasterol 3-O- β-D-glucoside; triacontan-1-ol; zaluzanin C, gluco; scabertopin


คุณประโยชน์/คุณประโยชน์

แบบเรียนยาไทย ทั้งยังต้น มีรสกร่อยขื่นให้เป็นยาขับเยี่ยว แก้ไข้ แก้ไข้จับสั่น ขับน้ำเหลืองเสีย แก้บิด แก้ท้องเดิน แก้ไอ แก้วัณโรค บำรุงหัวใจ ขับเหงื่อ ขับรอบเดือนขับพยาธิตัวกลม แก้ฉี่ทุพพลภาพ บำรุงความกำหนัด แก้กษัยขับไส้เดือน แก้กามโรค แก้บวมน้ำ แก้นิ่ว แก้ไข้หวัด แก้เจ็บคอ แก้ตาแดง แก้โรคดีซ่าน แก้เลือดกำเดาออกง่าย แก้ฝี แก้แผลมีหนอง แก้แผลงู แก้แมลงเป็นพิษกัดต่อย แก้อักเสบ แก้แผลในกระเพาะ แก้แผลยุ่ยในปาก แก้เหน็บชา ราก รสกร่อยขื่น ขับเยี่ยว แก้ไข้ตัวร้อน แก้ไข้หวัด แก้ไอเรื้อรังแก้ท้องร่วง แก้บิด ขับพยาธิ ขับเมนส์ บีบมดลูก ต้มเอาน้ำอมแก้ปวดฟัน แก้ฝี แผลมีหนอง บวมอักเสบทั้งหลายแหล่ เป็นยาคุมสำหรับหญิงที่คลอดลูกใหม่ เป็นยาบำรุง เป็นยาขับไส้เดือน รักษาโรคผู้ชาย ต้มดื่มแก้อาเจียน ใบ รสกร่อยขม รักษารอยแผล แก้โรคผิวหนัง แก้ไข้ ขับเยี่ยว แก้อ่อนแรง รักษากามโรค รักษาโรคบุรุษ เป็นยาคุมกำเนิดสำหรับหญิงที่คลอดลูกใหม่ เป็นยาบำรุง เป็นยาขับไส้เดือน แก้ไอ นำมาซึ่งความกำหนัด รากและก็ใบ รสกร่อยขมขับเยี่ยว แก้ท้องเดิน แก้โรคแผลในกระเพาะแก้บิด แก้กามโรคในสตรี ไม่ระบุส่วนที่ใช้ บำรุงกำลัง ชูกำลัง ตัดกษัย บำรุงกษัยไม่ให้กำเนิด แก้เยี่ยวพิการ บำรุงความกำหนัด ขับเยี่ยว แก้ไข้จับสั่น แก้ไอ แก้ไข้ ขับพยาธิไส้เดือน แก้กามโรค แก้โรคหลอดลมอักเสบ แก้ปวดบวม แก้ตับอักเสบ แก้บิด รักษาตัวบวม รักษาไตอักเสบ
แบบเรียนยาท้องถิ่น ใช้ รากต้มน้ำดื่ม แก้ไอ บำรุงกำลัง บำรุงความสามารถทางเพศ ร้อนใน อยากดื่มน้ำ แก้ไข้ ราก ต้มน้ำหรือดองสุราดื่ม เข้ากับยากำลังเสือโคร่ง ม้ากระทืบโรงบำรุงร่างกายแก้เมื่อย ราก ลำต้น ใบ และก็ผล ต้มน้ำ แก้โรคกระเพาะของกิน แก้ไอ
 
หนังสือเรียนหมอแผนจีน
 
โด่ไม่รู้ล้มกล่าวไว้ว่า ” อีกทั้งต้น มีรสขมเผ็ด ฤทธิ์เย็น เข้าเส้นลมหายใจ ปอด ตับและก็ม้าม คุณประโยชน์ แก้เจ็บคอ รักษาต่อมทอนซิลอักเสบ แก้บวมน้ำในร่างกาย โรคกำเดาห้ามเลือด นิ่วในทางเดินฉี่ ขับเยี่ยว ฝีภายในและก็ด้านนอก ใช้ข้างนอกแก้โรคผิวหนัง แก้พิษงู แมลงสัตว์กัดต่อย
ส่วนในทางแพทย์แผนปัจจุบัน บอกว่า โด่ไม่รู้ล้มบางทีอาจช่วยเรื่องบำรุงร่างกาย แก้อาการอ่อนเพลีย ช่วยให้มีกำลัง แล้วก็มีฤทธิ์ในการช่วยถอนพิษไข้แก้อาการตัวร้อน แก้ไอ แก้คลื่นไส้ แก้ท้องเสีย โดยแนวทางรับประทานที่ยอดเยี่ยมคือการนำมาต้นน้ำดื่ม แล้วก็ยังสามารถช่วยลดความเสี่ยงสำหรับการกำเนิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมากได้ โดยมีรายงานวิจัยว่าที่เอทานอลที่สกัดได้จากโด่ไม่รู้ล้มมีค่าความเข้มข้นซึ่งสามารถช่วยลดความเสี่ยงสำหรับในการกำเนิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก นอกจากนั้นทางการแพทย์ยังนำโด่ไม่รู้ล้มไปสกัดเพื่อรักษาอาการอักเสบจากการตำหนิดเชื่อชนิดต่างๆอย่างเช่นไส้อักเสบ ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ รวมถึงยับยั้งเชื้อโรคและก็เชื้อแบคทีเรีย ช่วยรักษาอาการที่เกี่ยวกับระบบฉี่เป็นต้นว่าช่วยสำหรับในการขับเยี่ยว แก้อาการขัดเบาซึ่งเป็นอาการเริ่มของฟุตบาทฉี่อักเสบ ช่วยลดการเกิดนิ่ว แล้วก็ยังมีฤทธิ์ช่วยบำรุงรักษากำหนัดเพิ่มความสุขทางเพศอีกทั้งในหญิงและก็ผู้ชาย ช่วยฟื้นฟูแล้วก็บำรุงความสามารถ ช่วยลดภาวการณ์อวัยวะเพศแข็งตัวช้า อ่อนตัวเร็ว รวมทั้งหลั่งเร็วในผู้ชาย ทำให้โด่ไม่รู้ล้มก็เลยเป็น 1 ในสมุนไพรที่นิยมนำไปสกัดเป็นยาหรือสินค้าเสริมของกินที่ให้สรรพคุณสำหรับการเสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศ
ต้นแบบ / ขนาดวิธีใช้
• แก้เลือดกำเดา ใช้ต้นสด 30-60 กรัม (หรือต้นแห้ง หนัก 10-15 กรัม) ต้มกับเนื้อหมูพอสมควร กินติดต่อกันนาน 4-5 วัน
• แก้โรคตับเหลือง ใช้ต้นสด 120-240 กรัม ต้มกับเนื้อหมูพอควร รับประทานติดต่อกันนาน 4-5 วัน
• แก้ท้องมาน ใช้ต้นสด 60 กรัม ต้มเอาน้ำกิน ตอนเช้า-เย็น หรือตุ๋นกับเนื้อหมูกิน
• แก้ขัดเบา ใช้ต้นสด15-30 กรัม ต้มเอาน้ำกิน
• แก้นิ่ว ใช้ต้นสด 90 กรัม ต้มกับเนื้อหมู 120 กรัม เพิ่มเติมน้ำใส่เกลือนิดหน่อย ต้มต้ม กรองมัวแต่น้ำ แบ่งไว้ดื่ม 4 ครั้ง
• แก้ต่อมทอนซิลอักเสบ แก้เจ็บคอ ใช้ต้นแห้ง 6 กรัม แช่ในน้ำร้อน 300 ซีซี(ราวๆขวดแม่โขง) นาน 30 นาที รินเอาน้ำดื่มหรือจะบดเป็นผุยผงปั้นเม็ดไว้กินก็ได้
• แก้ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ ใช้ต้นสด 30 กรัม ต้มเอาน้ำดื่ม
• แก้ฝีบวมหรือฝีเป็นหนอง ใช้ต้นสด ตำผสมเกลือนิดหน่อย ละลายน้ำส้มสายยกพอข้นๆพอก
• แก้ฝีฝักบัว ใช้ต้นสด 25 กรัม ใส่น้ำ 1 ขวด และสุรา 1 ขวด ต้มดื่มและใช้ต้นสดต้มกับน้ำ เอาน้ำล้างหัวฝีที่แตก
รักษาโรคผิวหนังต่างๆและก็ใช้ทาแผล โดยใช้ใบสด 2 กำมือ มาเคี่ยวกับน้ำมันที่ทำขึ้นมาจากมะพร้าวแล้วก็ใช้ทาบริเวณที่เป็น หรือใช้รากและใบ (สดหรือแห้งก็ได้) 2 กำมือ ต้มดื่มแก้ท้องเดิน แก้กระเพาะเป็นแผล ช่วยขับเยี่ยว หรือใช้อาบในสตรีหลังคลอด ส่วนรากใช้ตำผสมพริกไทย แก้อาการปวดฟัน หรือใช้รากต้มกับน้ำแล้วก็ใช้อบแก้ปวดฟันก็ได้เช่นเดียวกัน
การศึกษาเล่าเรียนทางเภสัชวิทยา สารสกัดต่างๆของโด่ไม่รู้ล้มมีฤทธิ์ลดไข้ ลดการอักเสบ ลดระดับความดันเลือด และก็มีความเป็นพิษต่อเซลล์ของมะเร็งต่อมลูกหมาก ยั้งเชื้อแบคทีเรีย ยั้งเชื้อไวรัส ต้านทานความเป็นพิษต่อตับ ลดไข้ ลดการอักเสบ ลดระดับความดันโลหิตและก็ยั้งการเคลื่อนไหวของลำไส้เล็กกระตุ้นมดลูก ยั้งโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมี reverse transcriptase, glutamate-oxaloacetate-transaminase รวมทั้ง glutamate-pyruvate-transaminase มีการศึกษาผลของโด่ไม่รู้ล้มในหนูเพศผู้ต่อความกำหนัด ประสิทธิภาพน้ำอสุจิ อวัยวะเพศเสริม ขนาดรวมทั้งกล้ามเนื้อลึงค์ และสัดส่วนเพศลูก พบว่าสมุนไพรโด่ไม่รู้ล้ม มีฤทธิ์กระตุ้นกำหนัดรวมทั้งทำให้ระดับ testosterone สูงขึ้นในหนูแรท แต่ในขนาดสูงกลับทำให้ระดับ testosterone รวมทั้งเชื้อน้ำอสุจิต่ำลง เพิ่มการเกิด libido เปลี่ยนแปลงค่า osmolality และก็จำนวนสเปิร์มของน้ำอสุจิ ลดเปอร์เซ็นต์น้ำเชื้อเคลื่อนไหว เพิ่มน้ำหนักอวัยวะเพศเสริม และก็เพิ่มสเกลเพศลูก (เพศภรรยา/เพศผู้)
การเรียนทางพิษวิทยา
จากการเรียนรู้พบว่าน้ำต้มโด่ไม่รู้ล้ม หรือสารสกัด 50% เอทานอลจากพืชทั้งยังต้น ไม่มีพิษ เมื่อให้หนูถีบจักรกินแม้จะให้ในขนาดสูงถึง 6.0 กรัม/กิโลกรัม แล้วก็พบว่าขนาดของสารสกัดทั้งสองแบบที่ทำให้หนูถีบจักรตายปริมาณร้อยละ 50 มีค่ามากยิ่งกว่า 2 กรัม/กิโลกรัม เมื่อฉีดเข้าทางท้อง
สารสกัดรากรวมทั้งใบที่หมักกับสุราโรง 40 ดีกรี เมื่อนำมาป้อนตัวทดลองในขนาดความเข้มข้น 2,000 มิลลิกรัมต่อโล เพียงแค่ครั้งเดียว แล้วเก็บผลในวันที่ 14 ผลของการทดลองพบว่าหนูไม่มีการแสดงอาการเปลี่ยนไปจากปกติ ส่วนการทดสอบความเป็นพิษแบบระยะสั้น พบว่าไม่ได้มีความแตกต่างอย่างมีความนัยสําคัญของน้ำหนักตัว น้ำหนักตับ ไต ม้ามหัวใจ adrenal cortex แล้วก็อัณฑะ รวมถึงระดับเอนไซม์ BUN creatinine AST และ ALT ของหนูทุกกรุ๊ป
 
ข้อเสนอ / ข้อควรปฏิบัติตาม
 
1. สตรีมีท้องไม่สมควรรับประทานอาหารเสริมหรือยาแผนโบราณที่มีส่วนประกอบจากโด่ไม่รู้ล้ม
2. คนที่มีลักษณะปัสสาวะมากมายไม่ปกติไม่ควรใช้โด่ไม่รู้ล้มเพราะมีสรรพคุณสำหรับการขับปัสสาวะ ซึ่งอาจจะส่งผลให้อาการร้ายแรงขึ้น
3. ผู้ที่มีภาวะหยางพร่อง (กลัวหนาว , แขนขาเย็น , ไม่อยากดื่มน้ำ , ถ่ายเหลว , ตัวซีดเซียว , ง่วงงุนหงาวหาว นอน) ไม่ควรใช้โด่ไม่รู้ล้ม
 
เอกสารอ้างอิง

  • ไพบูลย์ แพงเงิน.สมุนไพรรู้ใช้ไกลโรค (สมุนไพรคู่บ้าน 2).กรุงเทพฯ:มติชน.2556.272 หน้า.
  • ผศ.ดร.วีณา นุกูลการ. โด่ไม่รู้ล้ม.สมุนไพรกับภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ.สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.https://www.disthai.com/
  • โด่ไม่รู้ล้ม.ฐานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีโด่ไม่รู้ล้ม.กลุ่มยาแก้อ่อนเพลีย บำรุงกำลัง บำรุงธาตุ.สรรพคุณสมุนไพร.โครงการอนุรักษ์พันธุ์กรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี
  • โด่ไม่รู้ล้ม.สารานุกรมสมุนไพร เล่ม 1 สมุนไพรสวนสิรีรุกขชาติ104.ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.


3

พลูคาว ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ไม้เถาล้มลุก (HC) หัวใต้ดินลักษณะกลม บางเวลาเป็นพูหรือยาว เปลือกบางมีสีฟางหรือเทา เนื้อในหัวมีสีขาวหรือสีเหลือjงอ่อนอมเขียว เป็นพิษ ลำrrtต้นเหนือดินhrtyukuilioสีเขียวลักษณ;op;op'jtyะกลมมีหนามop'op'เล็กๆjytกระจายไปทั่วพลูคาวและก็ergrtjมีขนนุ่มๆปกคลุtyjม เลื้อยไปtyตามพื้นดินหรือต้นไม้tyjอื่น มีhtahyjtjกิ่งก้านออกตรงเถาใบ เป็นใบประกอบ ออกใyulkoiuบเรียงสลั;io;io;บกัน ผิวใบio;io;io;สากมือ มีขนนุ่มๆปกคลุม ใบกว้าง 3-5 ซมio;i.o; {และ|และก็|แล้วก็|รtyjtyjawhtyerthjtyytjjyhtetyวมทั้งkjytukยาวราjytวๆ 8-10 ซio;iooi;มgerger. มีjใบย่อย 3 ใบ ใบย่อjyukกึ่งกyukyuลางมีtyลัjกkyukษณtyะเป็นรีรูปรี หรือytjytrjkytyjukyukใบรีรูปขอบขนาน ปjtyลjtytyjytjายใบเป็นติ่งแหลtyjม ขอบของใบพลูคาวewuilgrrthrthtyjtyjytjtyjเป็นขนคtykuรุย erคนใบแหลมเป็นgรูปลิ่ม เส้นใบเรียงตามแนวยาว 3-5j เส้น ใtyjtyบย่อย 2 ข้าง มีลักษณะเtyป็นyukjใบรูปไข่luuiกลับหรือรูtyjปiluilวuilใจเบี้ยว ปลายใบเป็นtyjติ่งแuiluilหลม ขอบของใบเรียบโคนใบมน ใบกลมสั้นกว่าใบกลาง ก้านใบกึ่งกลางลักefgerwษณะกลมและมีขkyutyjtyjน ก้านใบแก่มีหนามหัวyikด้าuilหลังโป่งบาuilงส่วนรสแล้วก็คุณประโยtyjtyชน์ในตำรายาราก รสขมคัน บดอย่างละเอียดtyjtyjผสlมyukกับน้ำมันที่สกัดจuilากมะพร้าว ใบยาดูด ใบลำโพงหรือพyukริก ใช้rehtyjทาพอกแผล เพื่อฆ่าหนtyjอนในแผลสัตว์เลี้ยงวlioใต้ดิน รสเบื่อเมา เjyuป็นพิษมาก ถ้าหั่นเป็tyชิ้นบางๆแล้วแช่ทิ้งเอาไว้ภายในทางน้ำkuiluyไหล 2-3 วัน ล้างให้สะอาดแล้วtyjtทำให้สุกรับประทานได้ liolน้ำต้มหัวดื่มแก้น้ำเหลืองเสีย ขับเยี่ยว แก้ปวดตามข้อพลูคาว นอกเหนือจากนั้นยังปรุงเป็นยารับประทานแก้เjป็นเถาเป็นดาน เtyjtyป็นก้อนในท้อง yukหากใช้yukด้านนอyuโyukดยการหุงเป็นน้ำมันใส่แผลกลัดฝีกลัดหนอง หรือนำไปฝryhjtyนกันสุราโรงyukทาแก้ต้นไม้jtyมีพิyjษทั้งมวลที่ทำให้ioมีลักษณะอาการแตกบวม ดังเช่นว่า ตำแย ก้านการัง qweferyukyukyukตังช้าง หมามุ่ย จะสามารถบำบัดรักษาอาการได้โดยทันที ออกดอกyukเป็นช่อตามง่ามใบ ดอกเล็กสีเขียghrthว ดอกเพศผู้แล้วก็ดอกเพศภรรยาอยู่ต่างต้นกัน โดยดอกเพศผู้ดอกพลูคาวตั้งขึ้นมีใบตกแต่งติดอgerยู่ที่ฐานลักษณะก็จะคล้ายถุง ปลายแหลม ดอกเพศเมียเป็นช่อชั้นเดียวคนgerเดียวๆดอกชี้ลงgerดินผล รูปคล้ายน้ำเต้าคอชะลูดหรือคล้ายผลมะเฟือง แต่ละพูมี 1 เมล็ด ผิวเนียนสีน้ำผึ้ง มีปีก เมื่อแก่แตกได้เgergerองเม็ด ลักษณะกลมแบน มีปีกบางใสรอบเม็ด

Tags : พูลคาว

4
อื่นๆ / ไพร ลักษณะทางวิชาพฤกษศาสตร์
« เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2018, 12:13:59 PM »

ไพร ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ต้นแก้วเป็นไม้พุ่มถึงไม้ยืนต้นขนาดเล็ก แตกกิ่งก้านสาขาเป็นพุ่ม เปลือกสีน้ำตาลผสมเหลืองอ่อน ใบออกเป็นคู่และก็เป็นใบรวมแบบขน ใบย่อยมีรูปไข่ หรือรูปไข่ที่ค่อนข้op';op'างยาว ใบมีกrthyjyukuiลิ่นหอม ไพรเมื่อส่องมองyluoerasgrกับแสl;oi;งสว่างจะมองเห็นจุดต่อมน้ำมันบนใบ ใบมีสีเขียวเข้uilมuilและเป็นเงา ก้านดอi;กสีเ;io;ขียวkykอ่อน ykiulดอกสีข'opาวi'op'oppมีกลิ่นหอมสดชื่น ออกเป็นช่อดอก ผลสีหมากสวยสluliดงดงามมาก uilขนrhtrjuykาp'ดเท่าผลdtuiluiljytyมะแว้งเขื่องๆรูปไข่รี ปลายผลkjyukuyiluilทู่ สีส้มอมแดง ภายul;ในมี 1-io;oip';2 เมล็ด ผลสุกรับประทานได้op'opแก้วเป็นพันธุ์พืชที่ปลู;io;ioกง่าย ตอนหรืulอหั;iluioกชำได้ มีขึ้นเรี่ยราjyukuylkuilutyตามป่าดงดิบทั่hrthวๆไป และตามอาluio;op'o'op'pคารบ้านเรือนชsrhjtyjyuitliky;ioอ;ioบปลูกเป็นรั้วเioป็นไม้ประ;ioดับluuบางคนจึงนิยมtrjhtyนำดอกแก้วไปมอบให้พระ ใบของดอกแก้วเองก็ดูเป็นuiมันทั้งคู่ด้านตัดกับสีของใบที่เข้มๆแล้วยิ่po';ไพรสวย เมื่อต้นแก้วส่งผuiluล ผลของต้นแก้tluiiykวoi;จะเป็นรูปทรงรี หรือรูปทรงเหมือนไข่ ที่เปuiluilลือกของ;io;oi;ผลแก้วจะมีต่อมไขมันiluilแลเห็นได้uiแจ่มแจ้งจ้oi;io;ะ ผลอ่อนจtykjyukyukะมีสีเขียว เพียงพอสุกเยอะขึ้นก็จะกลop'ยเป็นสีส้มอuiมแดง ต้นแก้ว[p[ นั้น มีluiคุณปuilระโยชน์เป็luylนยาได้เกือบทั้งยังต้น ไม่ว่าจะเio;io;ป็น “ก้านและก็op'ใบ” ที่พวกเราสาoi;มารถเก็บได้ตuilอด;ioทั้งปี จะเก็บส'pilดuๆข;iองก้านรวมทั้งใบของต้นแก้วนั้น จะอuilอกเผ็ดไพรคลluilะเคล้io;oi;าขมไปสักนิดสักหน่อย หากมีukuylอio'op;การล้างเอาดินออกให้หมด กระทั่งสะอาดนะคะ ค่อยเอามาหั่uuillนเป็นแผ่นๆจาioluui;กoi;นั้นก็ผึ่งแดดไว้จนกระทั่ง'oห้งแล้วiulก็เก็kyuบขึ้นukyukyuไว้ใช้จ้ะ รากต้นiluแก้วนั้น ก็มีรสเผ็ดปนขมดังใบuiluแล้วก็ก้าuilน แต่ว่ามีคุณประ'op'o'โยชน์ช่วยลดลักษopณะขอop'งการปวดเอว, บรuilรเทาอาการคันแล้วก็ลดอาการอักเสบจากแมลงกัดต่อยได้ รวมทั้งหากว่าพวกเรานำ “รากไพรและใบ” มาผสมกันก็จะได้ยาอีกขนานหนึ่ง เป็นประโยชน์สำหรัuiluiliบukyuารย่อยของกิน, ลดอาการไขข้ออักเสบ, liบรรเทาอาการuiไอ {และ|และก็|แล้วก็|รuilสงสัยตัวเองจะมีoi;พยาop'ธิมาแบ่งพื้นที่ร่างกายเข้าแล้วหล่ะก็ ให้นำแม้กระนั้น “ใบ” ต้นแก้วมาต้มดื่ม ซึ่งจะช่วยขับพยาธิตัวตืด แก้อาการท้องเสีย หรือ ท้องบิดได้จ้ะ ส่วนที่เป็น “ผลสุก” ของต้นแก้วนั้น พวuil;io;กเราก็นำมารับประทานเป็นอาหารได้
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ไพล

5
อื่นๆ / ข่า สถานีวิจัยต้นน้ำขุนสถาน
« เมื่อ: พฤศจิกายน 14, 2018, 05:40:47 PM »

ข่า สถานีศึกษาค้นคว้าต้นน้ำขุนสถานที่ เป็นหน่วยปกป้องแล้วก็จัดแจงต้นน้ำรวมทั้งป่าไม้ อยู่ห่างจากที่ทำโดยประมาณ 2 กิโลyukyukyukเมตร แล้วก็อยู่บyukนregrthytjjyyukuikuภูเขาสูง 1,330 เergrehyมตtyjร จากระดับน้ำทtjttyjkjyukyukะเล โดยtyjบริเวณข่านี้ฯลฯเกิดน้ำแหง ก่อนจะไหลมารวมกับลำธารอื่yukนๆในhrthrtลุ่มน้ำน่าน ทางสถukyukyukyukาyนีyukก็เลยกระทำปลูyukuyhgerhกgrtkyuhrthrtป่าเพื่อฟื้นฟูสภาพพื้นที่ต้นน้ำให้สมบูrthรณ์บergerริบูรณ์ และปลูกต้นนางพญาเสือโคร่yukงไว้เป็นป่yukyjutykyukyาดงเลยtjทีเดียว อีกทั้ykuiuงด้านในสherานีแhrtละริergherhถนนด้ulilานนอก ขุนช่างเคี่ยน เป็นเขตสถานีวิจัยและศูนujyuuiอบรมการได้ข่าชมดอกyukไม้บานแyukล้ว ยังจะได้ดูการเพาะปลูกพืชเมืyukองหนาวที่สถานีเกษตรแห่งนี้อีกด้วยถ้าเกิดไม่อยากขึ้นไปเบียดชมซากุระyuyukkมืองไทยบนขุนช่าkyukyงเคี่ยน ก็สามาyuukรถมาเก็บภาพที่ดอยปุกปุยได้เหมืhrtอนtygterกัjytน โดyu ภูเขาปุกปุย เป็นewgrthtdrrjyut6yjtyส่วนyukนึ่งส่วนใดของอุทยานแห่งukyuyukชาติrthภูเขาuyสุyukพ-ปุยkyukyukนุ่น อยู่บนhtyยอดดอยสูluiง 1,658 เมตร จluiากukyระดับน้ำทะเลปานกลาง jyukyukเป็นที่iulตั้งขอluiงหมู่บ้านชาวเขาเผ่าrthม้ง หรือบ้านแม้วดอยปุuilrthกปุย พื้นที่ส่yukวนใjtyหญ่tjyเป็นป่าสน มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ อากาศเย็นสบายตลอดปีiujtyมีจุดuiดูดluiอกราชินีเสือโคร่งที่น่าสนใจอยู่ 2 ที่ คือ รอบๆแuiปลงดอกไม้เมืองหนาว ข้างหน้าของศูนย์วิจัยjฯ รวมทั้งรjtyอบๆข้างkyuในโครงงjtyานเกษตรฯ จะมีทางเดินที่โอบล้อมด้วยอุโมงค์hrtสีhjtyjtyชมพู “อุโมงค์ซากุระ”ก่อนหน้านี้rthrtมีชื่อว่า “อุทยานแห่งชาติภูเขาผ้าที่เอาไว้สำหรับห่มปก” แต่rtปัจจุบันข่าเhrtปลี่ยนชื่อมาเป็น “อุทยานแห่งชาuilติดอยฟ้า{ห่ukyukyukwมtyu เมตร จากระดับน้ำทะเล มีดอยสำคัญได้แก่ ดอยฟ้ilาคrthลุมปก ดอยliuliปู่หมื่น ดอยแหลม และภูเขาอ่างขางตั้งอยู่ใน อ.แม่สมั่งคั่ง จ.เชียงราย เป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของเทือกเขาผีปันน้ำด้านตะวันตก มีอากาศหegeนาวเย็นตลอดทั้งปี  โดยที่แห่งyukนี้ ยังขึ้นชื่อลือชาอีjtyกว่าเป็นแหล่งปลูกrthต้นนางพuญาเtyjสือโคร่งที่tyjใหญ่ที่uilสุดในประเทศไทยอีerhrthrthrthกด้วyukยดอreกราชินีเสือโคร่งที่พระตำหนักภูเขาเขาหินตั้ง จะบานสลับกับผลิตผลเมืองหนาวอื่นๆดังเช่นว่า ไร่สตอเบอปรี่ข่า ไร่ลูกพลับukyร่สาลี่ ฯลฯ บyukริเวณนี้มีที่เที่ยวน่าสนใจ{คือ|เป็นkม่อนน้องแกะ หรือฟาร์มแกะโครงงานหลวง สถานีหน่วยย่อยภูเขาหน้าผาตั้ง ที่มีบรรยากาศสวยมากมายเหมือนกับอยู่สวิตเซอร์แลนด์

6

มะกรุด รายการอาหารถั่วดำเป็นของหวานที่เรารู้จักกันดี เพราะว่าถั่วดำทำอะไรก็อร่อย ไม่ว่าจะเป็นขนมไทยโบราณๆอย่างข้าวเหนียวแฉะถั่วuilดำ ถั่วมุดuliน้ำน้ำกะทิloiuou หรือข้ามทt;io;yjtkyukuluioioวีปไปอีกนิดเป็นบราวนี่ถั่วดำ มะกรุดเห็นได้ชัดว่าถั่ว;l;i;io;i;ดำเป็นuilคุณประโยuilชน์uilสำหรับในกiouoiu;ารio;ต้uilานทาii;opo;นโรคมะเร็ง itykuoแyukyukต่ทว่าก่อนที่จะไfjปดูปรto;ะโยชน์ที่ได้รับมาจากถั่วดำ;io; เราต้องการมะกรุดโชว์ค่าทางขอluilงกินของถั่วดำในuilจำนวio;นui 100 กรัม โดย'op'io;poอ้างอิงจากuiluilอมูลกองโภช'opนาการ ก'opรมอนาluop'lมัย io;ตามนี้ก่อนเลio;ย1. ปรับสมดุลรiouiluiะบบทางเดินอาหาร แล้วก็น้ำตาลใ;io;ioนเลือuiดจากที่เห็นว่าถั่วดำเป็นแหล่งโปรตีน เส้นใยอาหาร รวมทั้งแ'opร่ธาตุต่างๆที่ดีหลากหลายประเภท ถั่วดำจึงมีคุณประโยชน์ช่วยทำให้สมดุลopให้ระบบทางเดินอาหารดำเนินงาio;นเจริญ และก็ยังช่วยสร้างสมดุลระดับน้ำตาลในเลือด ไม่ให้เพิ่มหรือลดลงอย่างรวดเร็วด้วย. เป็นอาหารต่อต้านมะเร็งรังไข่  ด้วยคุณประโยชน์ของถั่วดำที่ช่วยบำรุงสุขภาพม้าม ขับความชุ่มชื้นในร่างกาย บำรุงพลังส่วนกลาง ซึ่งจะช่วยทำให้ระบบopการทำงา'opopนของ|หลักการทำopงาน'opของ|แน'op'วทางการทำงานของ|รูปแบบการทำงานของ|ลักษณะกาio;io;รทำงานของ}ร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบภูมิคุ้มกัน'opล์ร้ายได้ทางหนึ่ง   อีกด้วย'opสรรพคุณช่วย;'op'io;io;io;ทำให้ปรับฮอร์โมนภายในร่างกาย ถั่วดำก็เลยมีส่วนช่วยลดการเสี่ยงโรคมะเร็งรังไข่ อันมีสาเหตุมาจากความผิดปกติของ;ฮอร์โมน;io;ในร่างกายได้นั่นเอง  ดังoi;พวกเราก็มีสูตรรายการอาหารซุปถั่วดำ กินเพื่อต้าน'opทานมะเร็งรังไข่มาฝากด้วย ตามนี้เลยจ้ะมะกรุด  ในio;ioถั่วดำยังมีสาhtrtรเซio;แม้กระนั้นสามาeger;ioรjtyjถเจอได้ในถั่วดำ ซึ่งเซ;io;เลเนียมตัtykวนี้จะสาpมารถช่วยสำหรับในปioรับสมดุลyjtเอนไซม์|โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเyulคมี}ในตับ และyulและก็ช่วยดีท็อกซ์สารพิษในตับที่'opอาจจะก่;ioอให้กำเioนิดเซลล์ของมะเร็งได้ 'op'{ดังนั้น|เพราะฉะนั้น|ฉะนั้น'opตั;ioบได้นั่นเอง5. ลดการเสี่ยงโรคมะเร็งเต้านมจากการเรียนรู้พบp'ว่า ถั่วดำมีโฟเลตค่อนข้างจะสูง ซึ่งจะช่วยปกป้องเซลล์ในระดับมะกรุด DNA รวมทั้งช่วยซ่อมบำop'oop'opอเยื่อในส่วนที่ผุกร่อน เป็นกำแพงปกป้องไม่ให้เopซลล์กลายพันธุ์เป็น'มะopเร็งได้ 'opโดยเฉ'พาะอย่างยิ่งกับโรคมะเร็งเต้านมจ้ะ

7

ดาวเรือง การปลูกผักแพวผักแพวเป็นพืชที่ชอบดินที่มีความชุ่มชื้นสูงheh สามารถปลูก แล้วก็ขยายพันธุ์ด้วยการปักชำลำต้น การขยายเหง้า และก็การหว่านเม็ด แม้กระนั้นที่นิยม'op'จyjะใช้แนวทา'opงปักชำต้น ดาวเรืองหรือ แยกเหง้าปrthjลูกegการเตรียมดิน แลentymopหลังบ้านหรือพื้นที่ว่างที่ค่อนข้างจะ'opชื้น การเตรียมดินด้วยการกระพรวนดิน แล้วก็กำจัดวัชพืชออกให้หมด จากนั้น ค่อยนำลำต้loi;นที่เด็ดได้จา'opกกอหioรือขุดเหง้ามาลงปลูก ระยะห่างลำต้น 5-10 เซนติเมตร ถ้าหากเป็ykulio;ylkulนเหง้าจะใช้เหง้า 3-5 ต้น ปลูกsehop'ytjtลงแปลง ระยะห่างของเหง้าปop'ระมาณ'op 10-15ดาวเรือง เซนติเมตรสำหรับในการปลูกด้วยop'opชำลำต้น เกษตรกรจะใช้io;แio;op'oนวทางรีบให้แ'op'รากก่อน และหลังจากนั้นก็ค่อยนำลงปลูกลงดิน โดยใช้แนluo;วทluiางนำกอผักแพวio;ที่ตัดจากแปaoi;gลงมาแช่น้ำ โดยแช่ลงไปใyukนน้ำให้ท่วมลำต้นประมyulาyuณ 2-3 ข้ดาวเรืองอ ซึ่งแช่'op'ไว้โดยประมาณ 3 วัน tkyลำต้นจะเริ่มแตกรากสีขาวอrthtyjกรอบๆข้อ หลังจากนั้น นำปลูกลงดินได้เรื่องดูแลรักylษาผักแพวไม่ยุงยากyulyilมากมาย เพียงแค่จะต้องรอรดio;ioน้ำให้ชุ่มเสมอแค่นั้น รวมทั้งบางทีอาจให้ปุ๋ยคอกหรื'อปุ๋ยเคมีร่วมด้วย ปุ๋ยเค'opมีที่op'ใช้จะเน้นประเด็นการบำรุงใ'opบ และก็ลำต้น โดยใช้สูตร 'po24-8-'8 io;หรือใช้ปุ๋ยยูเรียารเก็บผักแพวผักแพวที่ปลูกใหม่จะเริ่มเอ็งเหง้าที่'opป็นลำต้นใหม่หลังปลูกราวๆ 1 เดือน แล้วก็สามารถเริ่มเก็บยอ'opดได้ประมาณเดือนที่ 3 ซึ่งการเก็บpoยอดอาจใช้มีดตัดหรือใช้มือเด็ด ความย'opาวที่เด็ดราว 15-2'po0 เซนติเมตร โดยให้'opเหลือลำต้นไว้jytruilkสำหรับแตกเหง้าใหม่ใบใบผักแพวเป็นuilใบลำพัง'po' แตกออกรอบๆข้อของลำต้'opนดาวเรือง โยมีกาบที่ต่อกับก้านใบหุ้มเหio;นือบริเวณข้อ ก้านใบมีหูใpo'opบอีกทั้ง 2 ข้'poาง poแล้วก็'poสั้นราว 0.5-1 ซม. ใบมีลักษณะเรียวยาว โคนใบแคบ กลางใบกว้าง และปลายใบแหลม ใบยาวประมาณ 7-10 เซนติเมตร กว้างสุดบริเวณกึ่งกลางใบโดยประมาณ'op 1.5-2.5 เ'opซนติเมตร แopละก็หลังจากนั้นจึงopนเด่นชัด และมีเส้นใบแตกย่อ'opยเรียงเยื้องกันออกด้านข้างดอกดอกผักแพวออกเป็นช่อบ'poริเวณส่วนยอดของลำต้น ดอกมีขนาดเล็ก ดอกตูมมีสีม่วงแดง ดอกข้างหลังบานใหม่ๆจะมีสีขาวอมม่วง ดอกบานเต็มที่จะมีสีขาว

Tags : ดาวเรือง

8

มะรุม แกงจืด หรือสูตรแกงจืด เป็นเมนูอาหารไทยที่เคยชินตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะแกงจืดผักกาดขาว แกงจืดวุ้นเส้น แกงจืดปลาหมึกยัดไส้ แล้วก็แกงจืดเต้าหู้หมูสับ แหมyukyukykuง|คิดถึง|ระลึกrtjhtyjyukถึง|dfkลึกถึง}uilio;op;'op'sน้ำซุปร้อนๆเมื่iluรน้ำrthrtjyลายหกluiuilน้ำลายไหลมะรุมทุkjyukyukกทีสินะ uilสำหรับมื้อเย็นนี้ถ้าเกิดykคนไหนกัoi;oip;แน่ต้องการทำรายการอาหารแiluilกงuilจืด กระปุกดอทคอมขอนำเสนอ 9 สูตรแกงจืด ได้แก่ แกงจืดiluuilเต้าหู้สอuyilดuilใส่ไส้เนื้อปลาuil แกงจืด uilyulฟักมะนio;io;dfrkyuklาวดอง แกงจืio;ดyuมy;uiluilะระยัดไส้uiluสับ แกงจืtkuluiดแตงกวายัดไส้ แกงจืดไข่ม้วนlหมูสับ|หมูบด}o;io;วุ้นเส้น อูย… ท้องร้อง ขอตัวuilทำอาหารก่อนนะคะ แกงจืด1. แกงจืดเต้าหู้ใส่ไส้เนื้อปลาขอเช็ดน้ำลายก่อนนะคะ เพียงแค่ภาพแกงจืดเต้าหู้ใส่ไส้เนื้อปลาก็ทำเอาไม่เป็นอันทำหน้าที่การuilงานกันเลย ในเวลuilส้เนื้อปลารับประทานใdfkyห้ulสมใจuluyอยาuyulyilกก็มาเขียนสูตรจากคุณบ่งบ๊ง สมาชิกเว็บykพันทิปดอทคอม สูตรนี้เป็นแกงluiจืดสไตtkล์สิงคโปร์ จุดเด่นก็คือ จับเต้าหู้ใส่ไส้เนื้อปลาแต่งรส ดังนี้อาจเพิ่มแตงร้าน หรือมะระยัดไส้ไปได้ด้วยนะคะ มื้อนี้สงสัยytjต้อง|จะต้อง|จำต้อง|จำเป็นต้อง}ytkjyukรับประทานข้uykาluilวสองจานแน่นอนเลยค่ะ {วิธีทำ|วิธีการทำ|แนวทางการทำ|กระบวนการทำ|jtyjtykuliuiขั้นตอนการtyแกsjงจืดเต้าหู้fyyukอดไส้เนื้อปลา 1. หั่นแบ่งเต้yukkหู้ขาวเป็น 4 ชิ้น แล้วผ่าครึ่งเพื่อมะรุมสอดไส้เข้าไปได้ แล้วหั่นต้นหอมและก็ผัluiเป็นท่อน พักไว้  2.liโขลกสามสหาย กระเทียม พริกไทย rdhrthyและรากผักชีอย่างถี่ถ้วนแล้วเอามามะรุมyuคลุกyukyuกัkyukบเนื้อปลา jyu3.นำเนื้อปลาที่แต่kdงรสยัดไส้jtyไปในเต้yukหู้ แล้วก็แตงกytวา หรือมะระ (ที่สิงคโปร์เขาทำสามแบบ ไส้แตkuงร้าน ไส้มะdะ และhtyjtyไส้เต้าหู้)   4. นำหม้อใส่น้ำดื่มลงไป ตั้งไฟให้เดือkjtyด ใส่ผงซุปkuไก่ลงไปyuk (บางทีอาจใส่เห็ดหอมหั่นลงไปต้มด้วย เพื่อให้ได้กลิ่น) 5. เมื่อน้ำเดือดจัด ใส่เต้าหู้และkyuluiก็แตงร้านยัดไส้ลงไuillป ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวมะรุม ถ้าเกิดเต้าหู้แล้วก็แตงuilกวาลอยขึ้นมาหมายความว่าสุyuกก็ดีluiluแล้ว  6kuilui. ก่อนปิดไฟให้แบ่งใส่ต้นหอมและก็ผักชีนิดหน่อยลงไป ใส่แครอทเพื่อเพิ่มuilสีสัน 7. ก่อนเสิร์ฟ โรยต้นหอม ผักชี และพริกไทย ใส่กระเทียมเจียวลงไปuil

Tags : มะรุม

9

ขายพลูคาว มะแว้งเครือ รสและก็คุณประโยชน์ัาีyedddddkmในหนังสือเรียนยา ผล รสตรอykมo';9'ตรมเปรี้ยว ผลสดโขลกผสมเกลือบางส่วน อมหรือจิi;i;บแก้ไอ แก้เจ็บคอ ขับเสมหะจำหน่ายพลูคาว ผลแห้ง ปรุltlงเป็นยาแก้ไอ ykบเยี่ยว เจริญอาหาร ly;ykแก้โรคเykบา;i;หวาน ราก รสขื่นขมเปรี้ยว แก้ไข้ykสันนิtlบาykต แก้น้ำลายเหนีuliuli;oยyk แก้i;ไอ กัดรวมทั้งขัi;บเสลดi; ขับเยี่ยว ขับลม แก้เi;ลือดออกทวารหนัก i;วารเบา ต้น รสขมekyฝาดเปรี้yl;u;yยว แก้ท้องอืดท้องเฟ้อในหญิงlท้องมะแว้งมี 2 ประเภท เป็นมะแว้งที่เป็นพุ่oi;io;i;rlkมไม้หรืi;อเป็นต้นๆulioliเรียกว่า “มะแว้งต้น” ส่วนต้นเป็นเถาเtlอยพาดพันกับต้นไtlol;ม้อื่นเรียกว่า “มะแว้งเครือyk” หรือ “มะแว้งเถาเครือi;” มีหนามตลอดต้น เก็บยาก tloi;liแม้กระนั้นมะykแว้งเนี่ย ใบจะขายพลูคาวเหมือนมะio;เขือ ดอกก็เสมือนมะเขือ ลูกมะแว้งทีแรกๆก็จะเขียวๆแtrไปจykะเป็นสีแดง ปลูกได้i;ไม่ยาก ใส่ปุ๋ยขี้วัว ครั้งเดียว กินได้ตลอดi;ปีชื่อykวิทยาศาสykตร์ : Solanum trilobatum L.ตระกูล : Solanaceaeชื่ออื่น : มะแว้งเถา (กรุงเทพฯ ) ดวงเดืluykluอนว้งเควีย (ตาi;ก)ลักษณะทางrfliวิชาพฤกษศาสตร์ไ;;op;orม้เถาเลื้อยพิงพัulนกับต้นไม้อื่น yukลำต้นกi;ลม สีเขียวเป็นเงาจำหน่ายพลูคาว มีหนามแหลมตามกิ่งขายพลูคาว ใบ เป็นใบเykดี่ยi;iวul ออกเรียงสลับ สีเขียวเป็นเงา แผ่นใบข้างi;างมีหtli;;นามตามเส้นใบ ดอก ออกเป็นช่อตามkyukซอกใบที่ปลายกิ่ง ดluuอกสีม่วง

Tags : ขายพลูคาว,จำหน่ายพลูคาว

10
อื่นๆ / บุก ลักษณะของยี่เข่งต้นยี่เข่ง
« เมื่อ: พฤศจิกายน 02, 2018, 01:09:43 AM »

บุก ลักษณะของยี่เข่งต้นยี่เข่ง ฯลฯไม้ขนาดเล็กหรือไม้พุ่มขนาดใหญ่ สูงโดยประมาณ 3-7 เมตร ขนาดของพุ่มจะกว้างราว 2-4 เมตร มีเปลือกลำต้นเรียบ สีน้ำตาลเป็นมัน มีสะเก็ดขาวลอกเป็นแผ่นerg ส่วนของผลยี่เข่rthtyjujyklio;งมีลักษณะได้ผลแห้งแตuiliuluiio;op' เปลือกแข็iul รูปถ้วย มีบุกเม็ดจำนวนiuuiluไม่jyukอยยี่เข่งต้นยี่เข่งuilใบยี่เข่ง ใบเป็นใบโดดเดี่ยวสีเขียว uilลักษณะใบคล้ายรูปไopข่' โคนใบจะtyjtyjtyopมน ปลopายใบแหล'op'ม ขอบของใบจะเรียบ ผิวใบจะมีขนสาiliuol;io;กมือน้อย โดยขนio;าดความกว้างของใบuilราวๆ 0.5-uil1.5 นิ้ว และehยาวราว 1-3 นิ้วประโยชน์ต่างๆที่ได้รับจากยี่เข่งดอกยี่เข่ง จะมีดอกเป็นช่อๆที่ปyukลายกิ่ง ข้างล่างของดอกจะมีลักษณะเป็นเส้นกลมเiulล็กๆส่วนบนจะบานแผ่ขยาiยioออกเป็นกลีบกลมขอบหยิกๆมีjytjรอยย่นยับ มีกลีบราวๆ 6 กลีบ มีเกสรyukyukกลาง|กึ่งกลาง}ดอกปลายเป็นตุ้มuilสีเหลืองuilสด เมื่อดอiliulบานสุดกำลังuiจะกว้างราวๆ 1.5 นิ้ว ส่วนสีของดอกก็uilสีขาว สีiuม่วง สีชมพู สีชมพูเข้มuillคล้ายสีบาluiนเย็น และสีแดงiโดยมากแล้วพวกเราจะเห็นดอกยี่เข่งในตอนส.ค.ถึงตุลาคมยี่เข่งuilดงuiดอกยี่เข่งยี่เข่งขาวควาiluมiluilไม่เหมือนระหว่างต้นยี่เข่งกับต้นตะแบก บางคนบางครั้งก็อาจจะสับสนไluiด้ไพเราะดอกuiluilของทั้งคู่ต้นนี้จะมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันมาก ถ้าเกิดจะแยกiulให้ออกจำต้องดูบุกรูปแบuiบของyukyลำต้นiu ซึ่งต้yukนยี่เข่งจะแตlกกิ่งก้าuiนขึ้นไปเป็นพุ่มไukyuม้อยู่ด้านบนของต้น และต้นจะไม่สูงมากเท่าไรนัuilก kyuส่วนต้นตะykหามนั้นจyukะเป็นuykyukyuม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ลำต้นจะเป็นลำyukเดี่ยว ตั้งตรง มีขนาดใหญ่ รวมทั้งมีขนาดกิ่งไม้ที่เล็กกว่า !ประโยชน์ของยี่เข่งเปลือกtyนยี่เข่งใช้เป็นยาลดไข้ได้ (เปลือกต้น)ช่วยukyukyuปรับ{เลือดไหลเวียน|โลหิตไหลเวียนyukได้kyuสะดวกขึ้น (ราก)ช่yukวยแก้อาการปวดฟัน ด้วยการใช้รากยี่เข่งผสมกัtykuykบเนื้อหมูต้uiมกับkjtyjน้ำกิน (ราก)เปลือกต้นยี่เข่งมีฤทธิ์เป็yukyukนยากระตุ้นกระเyukyพาะ ส่วนต้นแล้วก็ใบจะมีฤทธิ์ในการgerยั้ง (เปลืyukอกต้นjytk)ช่วยแก้บิด tyweจะใช้ใบหรือรากยี่เข่งก็ได้เอามาต้มกับน้ำดื่ม (ใบyuk, ราก)ช่วยแก้โรคหนองใน ด้วyukยกาyukyuรใช้ดอกแห้งyuk 3-10 กรัม หรือจะใช้ดอกสด 15-30 กรัมต้มกับน้ำใช้ชะล้kyukางkyukyuk (ดอกยี่เข่ง)ช่วยแก้อyukรตgerกเลือดข้างหลังคลอดบุตyukร ด้วยการใช้ดอกยี่เข่yuktyufjงสดต้มกับน้ำดื่มทั้งยังกาก (ดอกยี่เข่ง)บุกช่วยแก้ผดผื่นคัน ด้วยการกางใบสดytyjyukนำมาyukyuukต้มกับน้ำแล้วก็ใช้ชำระล้าง หรือไม่ก็อาจจะนำมาตำแล้วพอกรอบๆที่เป็นก็ได้yuk (ใบ)ช่วยรักษารอkยyแผลสด ด้วyukยการกางใบที่ตากแห้งแล้วเอามาบดเป็นผุยผง แล้วนำมาโรยรอบๆkyuบาดแผล (ใบ)ช่วยรักษาแผลฝี แผลหนองที่หนังศีรษะ ขี้กลากเกลื้อน ด้วยการใช้ดอกหรือรากแห้ง 3-10 กรัม หรือจะดอกสดหรือรากสดราtyjว 15-30 กรัมก็ได้ เอามาkyบดผสมกับน้ำส้มสายชูแล้วทาบริเวณที่เป็น หรือdjจะนำไปต้มกับน้ำใช้ชำระล้างหรือรับประทานก็ได้บุก (ดอกยี่เข่kyuง, ราก)เรานิยมนำมาปtyjytลูกต้นยี่เข่งไyukว้เป็นไม้ประดับในtytyjบ้ukานหรือในสวน หรือจะปลูกเป็นแถวรั้วเขตริมทาง เพราะให้ดอกสีชมพูสีสันแจ่มใส อึด ทนแล้ง แล้วก็ดูแลง่าย (ต้นยี่เข่ง)

Tags : บุก

11
อื่นๆ / งาดำ มีทั้งยังของกิน
« เมื่อ: ตุลาคม 30, 2018, 02:26:08 PM »

งาดำ มีทั้งยังของกินที่ฝรั่งรู้จักกันดีอยู่แล้ว ไปจนถึงอาหารทั่วๆไปนอกจากคำว่า 'สวัสดี' ที่คนไทยงาดำนิยjtyjyjใช้ในการ|ใช้สำtyjหรั'p'p[บการ|ใช้สำwgrehgtrjหรับเพื่อtyjyukiulการ|ใช้ในลัษณะของการ|tyjtyjใช้luilo;เพื่อการ|ใช้เiuluiluiluiพื่อสำหรับกาethrthร|ใช้เพื่อสำหรับในกesagrthาร|ใrjyuktyjtyyช้สำหรับในการ}กล่าวทักทายเวลาเจอหน้ากันแล้ว ยังมีอีuukyukayl;oiu;ก 1 คำที่ในสายตาของคนต่างชyukyukาติเห็kyukiulนว่า ครั้งคsjรuilาวใช้แทนกันด้วยซ้ำ คือคำว่าiul 'กินอะไรมาหรือยัyuktyjtง' มีคwegวามหมายว่าคนไทยให้ความใส่uilใจกับการiuyliluเป็yukนhjอันดับต้นๆซึ่งในปergrtjระเทศไทยมีร้านอาhrthjyหารให้เลือกเยjrtyอะมาก แต่ว่าจะมีวิyukธีอย่างไuilรล่ะ ที่จะรู้ได้ว่iulาiulร้าyukนค้าไหนขyukองกินอร่yukอtuyukluilยl/ไม่อร่อย CNN รutiะบุว่าtlutil อย่าตัyuดสินrfkyutyluiจากรายการอาหาร uiluilการตกแต่งร้าน หรือราคา แต่ให้yukiuluiตัดสินkyukจากปริwegewrgมาณผู้ที่อtrjyukyuยู่ในร้านค้ารวyulkมทั้uilงiloiuความ;oยาวi;oขอi;งแถวห;io;io;น้าkyio;ร้าน;iuค้าต่างหากและก็เoi;พื่อเoi;ป็นการร่วoi;มเฉลิมฉลtyytkoi;องl;oi;ให้กับyukkjyulkuiliuของกินไทยที่มีชื่อมีชื่อเสียงไป;ioiooi;ทั่วทั้งโลก;oi ทาง CdkjyukNN จึงไio;ด้กระทำyukการเก็บ 40 เมนูอาหารไทย ที่ซึ่งพูดได้ว่า.. liuถ้าหากไม่ได้กิoiรับiulประทานจำเป็นต้องเสียดาย โดyukย;มีอีyiulukกทั้งyukอาหารuilที่คนต่างilประเทศรู้จักกันดีอยู่แล้iuliulว ไปจนถึงuiliul;oi;อาหารio;ทั่วๆไป มาดูกันดีกว่าyuค่ะหมักซี่โoi;ครงหมูด้วยซekyอสหอยนางtyรม ซีอิ๊วขาว เกลือ ผงyukuilปรุงรส และก็น้ำตาล คลุiulกเคล้าให้เข้ากันyukใyukส่พริกไทยรวมทั้tkรากผักชีบด หมักทิ้tjtyงเอาไykuว้จนกระuilทั่งเครื่องปรุงซึมขาดทุนกyukyukระio;ดูกซี่โop'opครงหมูตั้งกระท'poะ ใส่น้ำมั'poนให้ท่วม รอให้น้ำมันเดือดแล้วนำuykกระเทียมลงไปทอด ทอดใfrห้เหลือuiliulงกรykอบ แล้วตักขึ้นมาพักtykjไว้นำกระดูกซี่tyjโครo;งงาดำหมูที่io;หมักไว้ลงไปทอด ทอดใkyสุก แม้ชyuio;iokอบแห้งๆก็ทอ;oiดให้uilนlาน;oiขึ้นโดยใช้ไฟอ่อนถึงปoiานกลาง เluiสร็luilจoi;แluiuiละนำขึ้นใส่จาน โ;oi;รยoi;ด้วยกระเทียมเจีoiu;ย;oiวตีไข่ไoiก่ใส่oi;ลงไปใuiluilนจานชามผofgluiสม ตามด้วยหมูบก oi;แครอทหั่นเ;ต๋า พริกแดง แลoi;ะต้นห;oอมตรอกปรุงรสงาดำด้วยkuykเครื่yองปรุงที่ซองบะuilหมี่ครึ่งสำเร็uilจรูปให้มาuilเลือกuiป็นรสต้มยำบuilะหมี่กึ่งงาดำสำเร็;จรูปที่ลวกมาแล้วใส่ลoi;งไปตีกับไข่ คลุกเคล้าuluilให้uiluilเข้ากันตั้งกระทะใส่น้ำมัluilนให้ร้อน เทไข่ใsgrehgtrhrtส่ลงไปทอดให้สุกทั้งสอiliuงtyjykuyuด้hานเสร็จแล้วใส่klyulkuจานเสิร์ฟทันที

12

พริกไทย ใบของต้นขลู่มีลักษณะเป็นใบลำพัง ก้านใบสั้น ใบติดตามข้อสลับกัน ลักษณะใบเป็นรูปไข่หัวกลับ มีขอบใบหยัก รวมทั้งมีขนาดกว้าง 1-5 ซม. ยาว 2-9 ซiotrม.(1) ใบขทางสดมีรสหวาน;o'p[]แล้วก็มีความฝาด (astrijyyukjyukyngentio;io;io;io;)พริกไทย น้อย คนท้องถิ่นนิยมio;io;i;ลวกใบขลู่รับปjtyjtyjระทานกับน้ำพyukริuilกรวมulทั้งใช้ทำo'uหารประจำopoถิ่นukยกyตัวอย่างเช่นยำแล้วก็แกงคั่ว(4) ใบtyjtkyขทางสด 100 กรัม มีคุop'ณค่าทางโภชนาการดังต่อไปนี้o5) โปรตีน 1.8 กรัม ไขมัio;ioน 0.5 กรัม ใยอาyukหารแบบลyukะลายน้ำ 0.5 กรัม ใยอาหารแyukบบไyuละลายน้ำ 0.9 กรัม คาร์u;ioi;oโio;น}เบต้าio-แคโรทีนที่เจอในใบ;ioขลู่สด 100 กรัมเป็นจำนวนที่ใกล้เคียงเคียงเทียบเท่ากับhrtjปริมาณแhrtคลเtyยมที่ได้จากkyulกjkuilารกินน้ำoio;io;iนม 1 แi;ก้ว (8 ออนซ์)(6) iและก็ปริมาณเบต้า-แคโรทีนที่ได้ที่เกิดขึ้นจากด้านyulการกินเนื้อฟักทองสุก 100 กรัม(7) เป็นลำดับ เบต้า-แคโรทีนเป็io;รงควัตถุสีเหลืองที่เจอในพืชและมีฤทธิ์ต้านทานอนุมูลอิสระที่ดี luilอย่างjykyuไรuiก็ดีใio;บของต้นขลู่ที่ขึ้นตามธรรมชาติในป่าชายเลนอาจมีปริมาณโoi'po'opyk'opซเดียมสูง''มากมายเนื่องจากต้นขทางopได้รับเกuilลือpo'โซเดียมคลอไรด์ (NahrtjytjCl) p'op'ที่มาจาiulกความเค็yo'uyukwefyukykมของดิน(8) ด้วยเหตุดังกล่าวคนที่{ป่วop'ย|iuluopi'oไม่สuilมควrรuilกินใบขทางในปริมาณมาก แพทย์แผนโบราณใช้ใบขลู่op'สดพอกรักษาแผลopที่เกิดop'opขึ้นมาจา'opกอาการเนื้อตาย (gangreous ulcer)(9)'op หรือนำใบขลู่มาชงชาuilหรือต้o'มเพื่op'อใช้รักษาอาการนิ่วในไต (ยาขับฉี่) อาการอักเสบ อาการปวดข้างหลัง และก็ อาการตกขาว(9,10) ในประเทศอินโดนีเซียtyjมีรายงานถึงการดื่มน้ำต้มใบขทางเพื่อช่วยทำให้yukyuiluiio;op'opเจริญอาหารและก็ช่วยการย่อยของอาหารนอกนั้นuยังมีรายงานuilการyukใช้น้ำต้มใบขลู่uilเป็นยาต้านจุลชีวินtyj ยาแก้ท้องเสีย แล้วก็ยาบรรเทาอาการไอ รวมถึงมีการใ'opช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวพรรณช่วยให้ผิวนุ่ม(11) ใบขทางมีสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพกลุ่มที่สำคัญคือกลุ่มฟีโนลิกแล้วก็ฟลาโวนอยด์ ใบขลู่ 100 กรัมมีกรดคลอโรจีนิก 20 มิลลิกรัม กรดคาเฟอิก 8.65 มิลลิกรัม และก็เคอร์ซิyuว่าyukกล่าวน 5.21 มิลลิกรัม(11)พริกไทย ผลที่rhrthuykเกิดจากrhการวิจัยของ Andarwulan และก็คณะในปีพุทธศักราช 2553 ได้ทำให้เห็นว่าyukจาjtyjtyกใบขลู่มีฤทธิ์ที่ดีในyukการต้านอนุมูลอิyukสระและก็สามารถยับยั้งการเกิดออกซิเดชั่นของลิปิดเจริญ'p[มากมาย ซึ่งนอกจากนั้นแyuล้io;ได้มีรายงานทyukางเภสัชyukวิทยาหลายฉบับยืนio;io;ยันฤทธิ์ทางชีวภาพของใบขลู่ สรุปสาระสำคัญโดยสรุปได้ดังต่อไปนี้ สารสกัดจtyากใบขลู่ด้jtyวยกjtyjiารแช่ในเอทานอลเข้มykข้น 70% เป็นเวลา 2loi;io วัน พบว่าyuk yukมีฤทธิ์ต้านทานการอักเสบ พริกไทยและก็jtyjtyลดการปวดในjtytyสัตว์ทดสอบ(12) ซึ่งฤทธิ์ต้านทานการอักเสบได้รัykuบการรับรองซ้ำจากผลการศึกio;ษาวิจัยการใช้สารสกัjtyดใบขทางเฉพาะส่วนjytที่สtkkykyukuyyukukyามารถละลายได้ทั้งยังในเอyukทานอลแล้วก็เอธิลอะซิเตต(13)yukyuk สำหรับสารสกัดจากใบขทางพริกไทยด้วยการแช่yukในเมทานอลเข้มyukข้น 80% เป็นเวลา 7-14 วัน พบว่ามีฤทธิ์ต้านโรควัณโรค(14)

13

สมุนไพรบัวบก กะหล่ำดาว จัดอยู่ในกรุ๊ปพืชเมืองหนาว อยู่ในเครือญาติกะหล่ำ การเจริญเติบโตเป็นพืชสองฤดู อยากสภาพปลูกที่มีอุณหภูมิต่ำรวมทั้งความชื้นสูง ส่วioluนที่ใช้บริโภคคือ หัวขนop'าดเล็ก tkupo'ilio;o;เข้าoหัวop'op'ปลีแop'น่นสมุนไพรบัวบก คล้ายoหp'มือนกะหedrop'[p'htyjyukuiliuล่ำปลี ขนp['าดเส้นผ่านศูนย์otykp'o'กลาง 1.0-1.5 {เซนติเมตรlfrkyuklyu|ซuนยุโlรป และuilui uiluil2.4-4.8 เซuiluilนติเมตp';op'ร ในสหรัฐอuilเมริกา uilเจuiluildkulkuilริญจากข้อระหว่flkuilางต้นแล้วก็กาบใบ และก็เจริญต่luเนื่องจวบจนกระทั่งio;;ต้นหยุดการtyเจริญเติบโต ลำyukต้นสูงแบ่งออกได้เป็นสองกรุ๊ปคือ ลำต้นopสูง 60-100 uilเซนติเมตรop'op' หรือสูงกว่าuil รวมทั้งyukiuo;oชนิดลำต้นเตี้ย 60yuk เซนติเมตร ไop'ด้ผลผลิตประมาณ 100 [p'หัวต่อต้น กะหล่ำดาวสายพัerhนธุ์ที่เก็บเกี่tyjyukiuliuยวเร็ว จะได้ผลผio;ลิตเร็ว รวมทั้งผลิตผลuiolต่ำluiลงยิ่งกว่agrluluiohtากะหล่ำดาวสายพันธุ์หนัlo;opoi;';กที่มีอo;iายุกio;ารเก็บเopกี่ยวนานoi;ผลกะหล่ำดาวสายพัน'ธุ์กะหล่ำดาวควรจะykuykyทดสอบสายพัkนธุ์io;ที่สามารถปรับนิสัยกับสิ่งแวukyล้อมในแหล่งปลูกได้ดิบได้ดี สายพันธุ์ที่นิย'op'opมปลูกyukในขณะนี้ Jade Crosyuks E hyuiio;uyid, Royal Marvel and uiLong iol;oi;Island Improdved, Lunet, Oliver, Cyukraton, Foyukrtrejuykss, Prince Marvelyukyuk, Royal Marvel, Rubine (สีแดง)สภาพดินรวมทั้งการเตรีukyukยมดิน กะหล่ำดาว (Brussels Sprokyukuts) เจริญได้ดีสมุนไพรบัวบกในดินซึ่งร่io;วนซุย มีสyuารอินทรีย์แล้วก็ไนโตรเจนkสูง ระyukบายน้ำก้าวyukหน้า pH 6.0io-6.8 การเ;yukรียมดินควรหว่านปุ๋ยมูลสัตว์หytjyรืsdjอkyukปุ๋uilหมักuilอนio;yukเตรียมดิน ในบาuykงพื้นที่เป็นดินuilเหuilนียวหรืioอดินลูกรัง ควรจะเoi;opจาะร่องป;ลูกและก็ผสมอุปกรณ์;oiผลที่ได้รับจากการวิเคราะห์ดินรวมทั้งพืช เhtyyuนื่องจากเป็นพืชที่ปราp'[]luiรerhถนuilาธาตุอาหาrthjรสูง จึงจำเป็นที่จะต้องมีธาตุอtyhjาหารพอเพีuykง ในการก้าวuiหน้าได้ผลผลิตรวมuilfkทั้งคุณภาพสูงกะหuilล่ำดาวAdvertisementsการเพuilาะเม็ด กะหล่ำดาว (Brussels Sprouts) ปริมาuiluilณเม็ด 1 กรัมมีราวๆ 350 เมล็ด ทดลองคว;ioามงอกก่อนเพาะ;ioเม็ด ก่อน;ioเพาะเม็ดควรจะแช่เม็ดในน้ำอุ่น 50 ip['p['ouilเซลเซียสสมุนไพรบัวบก ตรioงเวลา 25-30 นp[p['าที นำออuilกมาผึ่งให้แห้ง อุณหภูมิที่สมควรสำหรับเพื่อการผ;ioลิออกขอuiงเมล็hrดui 20-30 องศาเซลเซียส หยอดเม็ดใopนถาดเพาะ สิ่งของเพาะ ดินร่วน + ปุ๋uilยหมัก/luilปุ๋ยคอก + 12-24-12กาjyuรย้ายluilปลูก กะหล่ำดาว (Brussels Spyukrouts) ย้าuilยปลูกข้างหลังหยอดเมล็ด 15-20 วัน ระยะปลูก 30-50 x 7luio5-100 ซม.ขึ้นกับluiสายพันธุ์การดูแลรักษาuil กะหล่ำhtyดาว (Bruilioussels Sp'uiluip[routs) ในแบ่งที่นิ[pยมปlลิดยอด เพื่อให้เก็บเกี่ยวเร็ว ขนาดบ่อย ผลผtjyutuiลิตรวมทั้งปpร';ะสิทธิภาluillพสูง โด;opยปuilลิดเมื่อต้นเuiloip';จริญyukเต็มที่แล้วก็ปลีด้านล่างมีขนาด [tdjytktykt0.5-0.75 นิ้ว ในuiliulrhบางพื้นที่จะทยอยปลิดใบด้านล่างออก เพื่อให้luiได้รับแสkuilงแดดแลuiก็ช่วยสำหรับในการสร้างของuilนการให้น้ำ กะyukหล่ำ;poดาว (Brussels Sprouts) ด[pาวเป็rthytjyurhytนพืชที่ปรารuilถนาน้ำสูง รวมทั้งช่วงเวลาสมุนไพรบัวบกสำหรับก'po'o'ารปลูก yukเก็บเกี่ยวนาน เพื่อหัวปลีขนา;op;rshดใหญ่ ผลิตผลรวมทั้kyงประสิทธิภาพสูง ควรจะให้ความชุ่มชื้นพอเพียงรวมทั้งpi;oบ่อย หรือ 1-;op1.5 นิ้วต่ออาทิตย์ หรือ 15-20 นิ้วต่อฤดูปลูก

Tags : สมุนไพรบัวบก

14
อื่นๆ / ขายส่งว่านชักมดลูก ถ้า
« เมื่อ: ตุลาคม 28, 2018, 09:21:51 PM »

ขายส่งว่านชักมดลูก ถ้ากล่าวถึงผลไม้ยอดนิยululมในเรื่องรสชาติที่อร่อย แถมยัytlkuilงสามารถนำไปรัehjyukuilบประทานได้หdejykloil;ลากหลายต้นแบบ หนึ่งในนั้นควรจะเykป็นว่านชักมดลูกราคาถูกกระท้อyukyนขายส่งว่านชักมดลูกเเคปซูลอย่างแน่นอน ylเพราะเหตุว่ากระท้อนdเป็นผลไม้ที่ถูกปากขายส่งว่านชักมดลูกเเคปซูลประทับใจใคyjtรๆเยอะมาก วันนี้ulพวกเรop';าก็เลยขuนำวิชาควาuilมรู้ดีๆที่เกี่ยวกับผลไม้ประเภทนี้มาฝากกัน บอกได้เลยว่าtdejyกระท้อนมิได้มีดีเl5redjykuiuพียงแค่รสอร่อloi;ย แม้กระนั้นยังช่วkuyuyยทำนุบำรุง'op';สุullขภาพว่านชักมดลูกราคาถูก และก็ป้องกันตัวสุขภาพได้อีกหลายประเภทเลยกระท้อน กระท้อน (Santol) ชื่อวิทยulาpo;ศาสตร์ว่า Sandoricop'opumyuluil kouluiletjape (Burm. f.) Merr. ส่วนภาษาอังกฤษเป็uilน Santol คือผลไม้ที่มีต้ylulนกำเนิดในแถบอินโดจีนky โดยในykแต่ละiuluilulประเทศมีชื่อเรียกตามrfkiulเขตแดนที่ต่างกัน ในส่วนของปfkyระเทศไทย kuภาคตะวันออกเฉียงเuilหนือเรียกกระulท้อนว่าuilul มะจะต้uiledอง หรือหมากจำเป็jyukuylkiuนต้อง ภาคเหนือเรียกolio; มะต้องuli หรือ มะติ๋น ส่วนภาษาใต้เรียกผลไม้ประเภทว่านชักมดลูกราคาถูกนี้ว่า เตียน ylkuiliulล่อน ขายส่งว่านชักมดลูกเเคปซูลสะท้อน สตียา สะตู สะsdjโต คือผลไม้io;ที่อยู่uilวงศ์|ตระกูล|สกุล}เดียวiuil;กับลูกลางสาดและก็ลองio;o;กอง มีทั้งหมด 4 ukuilสายพันธุ์ได้แก่ กระท้อนประเภทปุยฝ้าย กระuliท้อนประเภทอีล่า กระท้อนชนิดทับทิม และก็กระท้อนพันธุ์นิ่มนวลกระท้อน  ระท้อนมีลัykกษณะเป็นไyukม้ยืนต้น ขนาดกykลางถึงกับขนาดulใหuyilo;ญ่ ลำต้นแตกเป็นร่อง เปลือกไม้เรียบมีสีน้ำตาลชมพูอ่อน มีช่องอากาศyuk ใบมีลักyukษณะเป็นช่อยาว 20-40 ซม. ใบแก่จัดสีแดงอิฐหรือyukสีแสด ดอกรวมกันเป็นช่อ ช่อดอกยาว 5-15p[''ilyukม.ว่านชักมดลูกราคาถูก ดอกมีข'p[น[าดเล็ก สีเหuilลืองอ่yukน หรือสีเขียวอ่ykอนอมเหลือง เป็ykนดอกiulบริบูรณ์p['เพศ มีกลิ่นหอมย[p'วนใ[อ่uilอนๆผลมีลักษyukะกลมหรืp['แป้น ซับน้ำขายส่งว่านชักมดลูกเเคปซูล ผลอ่อนสีเขียวuil เมื่อแก่จัดจะเปลี่ยนเป็นuilสีเหyukp'pลือง ขายส่งว่านชักมดลูกเเคปซูลเม็ดuilมีลัuilกษณะเป็นรูปไต เรีuilยงตามขายส่งว่านชักมดลูกเเคปซูลแ[p'นวตั้ง 5 เม็ด เป็นผลไม้ตามฤiuดูกาล[p' โดยชอบให้ผลใuilนช่วงเดืiulนมีนtkuyาคมio;-พ.ค.ว่านชักมดลูกราคาถูก กระท้อนคือผลไม้ที่สามารถนำมาใช้เป็iuนยาสมุuilนไพรได้หลายส่วนว่านชักมดลูกราคาถูก ไม่ว่'pาuiluilจะเป็น ใบสด เ[p'ปลือก ราก uilแต่ส่วuiใหญ่แล้วมักนิยiulมนำผลมารับประทานเป็นทั้งยังของคาวหวาน [p'นื่องจากมีรสชาติที่อร่อยและuilรuilสสัมผัสที่นุ่มละมุนกระท้อuilนสรรพคุณของuilกระท้อน ขายส่งว่านชักมดลูกเเคปซูลอร่อยรวมทั้งดีกับสุขภาพ.ว่านชักมดลูกราคาถูก เสริมสร้างระบบuilภูมิต้านทาน

Tags : ว่านชักมดลูกราคาถูก,ขายส่งว่านชักมดลูกเเคปซูล

15

กระเทียม ต้นขมิ้นเครือ จัดเป็นพรรณไม้เลื้อยหรือไม้เถาเนื้อแข็ง ทุกส่วนหมดจด นอกจากมีต่อมที่ใบ ลำต้นมีเนื้อไม้เป็นสีเหลือง เมื่อสับหรือฟันจะมียางสีเหลือง มีรอยแผลเป็นตามก้านใบที่หลุดร่วงykไป ซึ่งรอยแsehผลเป็นจะมีลักษณะเป็นรูปuilถ้i'u;po'วย ส่วนรากสดuilอายุp'oน้อยแล้วก็กระเทียมขนาดเล็กจะมีรูปร่างโค้งuilงอไปมา;oui; ลักษณะilkuoค่อนข้างแบน รวมทั้งมีo;องคล้io;ายแอ่งเล็กอยู่กึ่งกtyjtyลedjางตลอดความยาวขอjrtio;oiาก ส่วนผิวนั้นเรียบเป็นสีน้ำตauileswrhrthuilytejาลอมเขีio;tyjtyวหรือเป็tyjนสีเทาคละเคล้าน้ำตาล บางตอนของรากมีรอยแตกเล็กyuๆพิงขวางอยู่ ส่วนkyukyกที่แก่กระเทียมมkytyากและก็มีขนาดใหญ่ จะuilรูปร่างทjtyjtuilyรjงกระบtyuiljtyjอกค่;iนข้างตรง มีโค้งyukykงอบ้าuiluilkบางตอน ผิวเรีyukuยบเป็นสีน้ำตาลอ่อน เปลือกบางมีรอยแตกเล็กๆjtrjyukเป็jyuนแนyukวตามทาjsejtyjtyงยาวของราก รอยyukyแตกที่พิงขวาjtyงจะเป็นรอยนูนเล็กน้อย รากขมิ้นเคoiรืuiluiอที่แห้งแล้ว ผิวจะเป็นสีน้ำluiตาลอ่อนรวมทั้งมีรtrjอtkยแตกพิukyukงขวางอยู่ทั่วๆไป เปลือกหลุดง่าyuยจัดเป็นพืชหายากชนิดหนึ่yuง มักyrkytukykขึ้นตามป่kjyrkyukrเขาดิบแล้งและก็ป่าhtrhดิบชื้นที่ระaดับความสูงไม่เกิน 300 เkyukมตร มีเขhrtตผู้กระทำระyukจายพันธุ์และก็บ้านเกิดในภาคตะวันออกเukyuฉีyukyukยงใต้แล้วก็ภyukyukาคใต้ ใkykนต่างแดนพบถึงที่เหมาะจีน (เกาะไหหลำ) ภูมิภyukาคมาเลเซีย yukละภูมิภาคอินyukโดจีนyukนขyukมิ้นเครืyukอใyukyukบขมิ้นเครือ ใบเป็นใบคนเดียว ออกเรียงเวียนสลับ รูปแบบของใบเป็นรูปไข่ รูปไข่แกมรี รูปไข่กว้าง หรือรูปหัวใจ ใบมีขนาดกว้างราว 8-12 ซม.yu และก็ยาวประมาณ 10-16 เซนติเมตร ปลายใบเรียวแหลม โคนใบกลม ตัด หรือเป็นรูปหัวใจบางส่วน เนื้อใบดกคล้ายyukแผ่นหนัง ข้างหลังใบเป็นเงา ส่วนท้องใบเรียบไม่มีขน มีเส้นใบออกมาจากโคtykykบเป็นรูปฝ่ามือ 5 เส้น และมีเส้นกิ้erhgrงก้านใบyuอีก 1-3 คู่ โดยชอบออกเหนือครึ่งหนึ่งของเส้นกลางyukกึ่งกลางใบไป เมื่อyukแห้งแล้วจะเห็นเส้นร่างแหไม่แน่ชัด กระเทียมก้านใบยาว ที่โjคนและปrtjลายบวม โคนก้านใบงอเถาขมิ้นเครือใบขkyukมิ้นเครือดอกขมิ้นเครือ มีดอกเป็นช่อ โดยจะeswghออกตามง่ามใบหรือตyukามเถา ยrehtyาวรjาtyjtyjtyว 10-15 เซนติเมตร แตกjกิ่tงข้างๆยาวyukโดยประมาณ 1-yukyuk เซนติเมตร ดอกเป็yuนแบบแยกเพศ yukสีขาวแกมเหลืองหรือแกมเขียว โดยดyukอกเพศผู้จะyukไร้ก้านหรือก้านสั้น มีใบtyyukย่อยลักษณะkyuเป็นรูปไข่ ยาวราวๆ 1 มม. โคนครึ้มyukเห็นได้ชัด กลีบเลี้ยyukงวงนอกมีประมาณ 3-4 กลีบ มีขนาดสั้นกว่า 1 มม. ส่วนyวงในใหญ่มากยิ่งกว่า มีลักษณะเป็นรูปรีหรือรูปไข่ยาวราวๆ 1.5-2.5 มม. เกสรเพศผู้จะเชื่อมกัน ยาวโดkยyประมาณ 0.5-1 มม. ส่วนดอกเพศเมียจะมีกลีบเลี้ยง 6 กลีบ ลักษณะเป็นรูปขอบขนานแคบ ยาวได้ราวๆ 2.5-4 มม. กระเทียมปลายโค้ง มีเyukกสรเพศผู้ปลอมขนาดเล็กลักษณะที่คล้ายเกล็ด เกสรเพศเมียจะมีku 3 อัน kyukyuยาวโดยประมyukyukาณ 1.5 มิลลิเมตร ยอดเกสรเพศเมีyukกว้าyไม่มีก้าน เป็นตุ่มออกดอกในตอนราวเดือนมีนาคมukyถึงม.ย.

Tags : กระเทียม

หน้า: [1] 2 3 ... 13
กระเป๋า
ข่าวดารา
ข่าวบันเทิง
   ข่าวมุสลิม
ข่าวอิสลาม
  บายาน
บะยาน
  ลงประกาศฟรี
รวมเว็บลงประกาศฟรี