ผู้เขียน หัวข้อ: เหลือการชิงชัยอีกเพียงแค่ 9 นัดหมายแค่นั้นสำหรับศึกบุนเดสลีกาฤดู 2018/19  (อ่าน 1 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

เมษายน 15, 2019, 04:44:30 PM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 919
    • ดูรายละเอียด

เหตุการณ์ล่าสุดอีกทั้ง “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และก็ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค ต่างก็กำลังทำคะแนนได้เสมอกันที่ 57 คะแนน แล้วอะไรที่จะเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับเพื่อการชี้ชะตาแชมป์ของทั้งสองสโมสรยักษ์ใหญ่กันล่ะ?
วันนี้พวกเราจะมาพินิจพิจารณาให้ดูกันว่าจาก 27 คะแนนที่เหลือ ทีมไหนกันแน่ที่จะคว้าแต้มซิวถาดแชมป์ Meisterschale ได้มากกว่ากัน เริ่มกันที่ดอร์ทมุนด์ก่อนเลย...


1) ดอร์ทมุนด์มีกัปตันรอยส์
มาร์โค รอยส์ รับหน้าที่สวมปลอกแขนกัปตันนำทัพเสือเหลืองมาตั้งแต่ต้นฤดูล่าสุด ด้วยความปรารถนาจะเป็นผู้ชูถาดแชมป์ลีกในปีนี้รวมทั้งหยุดสถิติแชมป์สม่ำเสมอ 6 ปีของบาเยิร์นให้ได้ กัปตันรอยส์โชว์ฟอร์มได้ร้อนแรงสุดๆข้างหลังยิงถึง 14 ประตูรวมทั้งทำอีก 6 แอสซิสต์จากการลงเล่น 21 นัดหมาย

เล่นเอาโทมัส เดลานีย์ สหายร่วมกลุ่มจะต้องออกมาบอกว่ารอยส์ก็คือเมสซีหรือโรนัลโด้ที่ถ้ำเสือเหลืองดีๆนี่เอง เขาคือนักฟุตบอลที่ทีมขาดไม่ได้ เมื่อนับตามสถิติแล้ว ถ้าเกิดกัปตันวัย 29 ปีคนนี้ลงในสนาม ดอร์ทมุนด์จะเก็บแต้มเฉลี่ยถึงที่เหมาะ 2.3 คะแนนและก็ยิงได้เฉลี่ย 2.57 ประตูต่อ 1 เกมบุนเดสลีกา แต่ว่าถ้าไร้เงารอยส์ในสนาม สถิติจะตกลงมาอยู่ที่ 2.0 และ1.75 เป็นลำดับ

นับได้ว่ารอยส์คือผู้ผลิตความไม่เหมือนอย่างแท้จริงแล้วก็อาจเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำถาดแชมป์กลับมาสู่ถ้ำเสือเหลืองได้อีกครั้งภายหลังที่เคยทำได้ครั้งล่าสุดเมื่อปี 2012

2) โปรจ่ายวัยหนุ่ม
มิได้คือควักเงินชำระเงินนะ แต่คือการผ่านบอลให้เพื่อนยิงประตูหรือทำแอสซิสต์นั่นเอง จาดอน ซานโช ทำแอสซิสต์ในฤดูกาลนี้ไปแล้วถึง 10 ครั้ง

เป็นสถิติสูงสุดในบุนเดสลีการวมทั้งถ้านับทั้งยังท็อป 5 ลีกในยุโรปแล้ว มีเพียงแค่ลีโอเนล เมสซีเท่านั้นที่ทำทางให้สหายได้มากกว่าเขา นอกเหนือจากนั้น ซานโชยังยิงไปแล้ว 8 ประตูจากการลงเล่น 25 นัดหมายอีกด้วย

3) ยิงได้จากทุกทิศทุกทาง
ถึงแม้ดอร์ทมุนด์จะเสียสถิติทีมที่ยิงประตูได้มากที่สุดในลีกไปแล้ว แต่ว่าก็ยังครอบครองสถิติเป็นกลุ่มที่มีผู้เล่นยิงประตูได้มากที่สุดเป็น 18 คนจาก 22 ขุนพลที่ลุยศึกในฤดูกาลนี้ มีเพียงแค่ เอ้อเมอร์ โทปรัค, มาร์เซล ชเมลเซอร์ กับผู้รักษาประตูทั้งคู่คนคือ โรมัน เบือร์กี้ และก็ มาร์วิน ฮิตซ์ ที่ยังทำคะแนนไม่ได้

ดอร์ทมุนด์มีเกมรุกที่มากมายโดยมีผู้ที่ทำประตูตัวหลักของกลุ่มได้แก่สามผสานรอยส์ อัลกาเซร์ (ยิงไปคนละ 14 ประตู) รวมทั้ง ซานโช (8 ประตู) ในขณะที่บาเยิร์นมีเพียงโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ผู้เดียวแค่นั้นที่ทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำ

4) ภาพจำของเยือร์เก้น คล็อปป์
สิ่งที่ยังติดตาแฟนๆดอร์ทมุนด์ก็คือฟอร์มการเล่นที่ร้อนแรงในยุคของคล็อปป์ ซึ่งพาทีมเสือเหลืองคว้าแชมป์ลีกได้สำเร็จในปี 2011 และ 2012 ปัจจุบันนี้ ลูเซียง ฟาฟร์สามารถนำเอาภาพนั้นกลับมาสู่แฟนๆได้อีกที

ตอนนี้พวกเขาทำสกอร์ได้มากกว่าสมัยคว้าแชมป์ลีกครั้งปัจจุบันอยู่ 1 คะแนน (หลังแมตช์เดย์ที่ 25) และก็กรรมวิธีการเล่นสไตล์บุกอย่างดุเดือดก็ดูราวกับว่าครั้งนั้นไม่มีผิด แถมยังยิงประตูรวมไปแล้วถึง 61 ลูก มากยิ่งกว่าในสมัยของคล็อปป์ซะด้วย อีกประเด็นที่น่าดึงดูดก็คือในฤดูกาล2010/11 ภายหลังจากผ่านไป 24 นัดหมาย ดอร์ทมุนด์ปราชัยเพียง 2 นัดพอๆกับในช่วงฤดูกาลนี้เลย ภาพจำมันชัดเจนแล้วก็ฉายแววแชมป์จริงๆ

5) จุดมุ่งหมายเดียว
ภายหลังตกรอบยูเอฟ่า แชมเปียนส์ลีก และก็เดเอฟเบ โพติดอยู่ล เรียบร้อยแล้ว ในช่วงเวลานี้ดอร์ทมุนด์ก็เหลือแชมป์ลีกให้ลุ้นอยู่เพียงแต่รายการเดียวเพียงแค่นั้น จึงมั่นใจได้เลยว่าผู้ร่วมทีมของฟาฟร์จะทุ่มเทพลังทุกขีดให้กับการช่วงชิงแชมป์บุนเดสลีกาเต็มพิกัดอย่างแน่แท้ ต่างกับบาเยิร์นที่เพิ่งตกรอบจากศึกยูเอฟ่า แชมเปียนส์ลีกมาหมาดๆซึ่งนักฟุตบอลกำลังอ่อนล้ารวมทั้งเสียขวัญแรงใจไม่หาย แถมยังมีถ้วยเดเอฟเบ โพติดอยู่ลให้ไปจุดโฟกัสอีกรายการนึงด้วย

ทีนี้มาดู 5 ข้อของฝ่ายคุ้มครองปกป้องแชมป์กันบ้าง…

1) ความขมักเขม้นของสองปีกจรวด

5 เหตุผลที่ “เสือเหลือง” และก็ “เสือใต้” จะซิวแชมป์ลีกปีนี้ได้
ขณะที่ผู้เล่นดอร์ทมุนด์ในทีมตอนนี้เอาเหรียญแชมป์ลีกมารวมกันได้ 10 เหรียญ แม้กระนั้นฟรองก์ ริเบรี ปีกจรวดเลือดน้ำหอมเพียงผู้เดียวก็มีตั้ง 8 เหรียญเข้าไปแล้ว! แล้วก็เขามุ่งมั่นอยากสุดๆที่จะคว้าเหรียญที่ 9 ให้กับตนเองให้ได้เพื่อทำสถิติครอบครองแชมป์บุนเดสลีกาสูงสุดตลอดกาลแซงหน้าตำนานนักฟุตบอลทีมเสือใต้อีกทั้ง 4 คนคือ โอลิเวอร์ ติดอยู่ห์น ฟิลิปป์ ลาห์ม บาสเตียน ชเหล้าองุ่นชไตเกอร์ และก็เมห์เม็ต โชลล์

ส่วนทางกราบขวา อาร์เยน ร็อบเบน ก็ไม่น้อยหน้า เขาขมักเขม้นครองแชมป์ลีกยุคที่ 8 ให้กับตนเองเหมือนกัน

ลองนับเหรียญแชมป์บุนเดสลีกาของนักฟุตบอลบาเยิร์นชุดปัจจุบันนี้กันเล่นๆดูบ้าง ดาวิด อาลาบา กับ โทมัส มึลเลอร์ ได้คนละ 7 ยุค เชโรม บัวเต็ง คาบี้ มาร์ว่ากล่าวเนซ มานูเอล นอยเอ้อร์ ราฟินญ่า และก็ เลวานดอฟสกี้ คนละ 6 สมัย รวม 9 คนคว้าไปแล้ว59 เหรียญจัดว่าสูงสุดในบรรดาลีกท็อป 5 ของยุโรปเลยทีเดียว..

2) ฟอร์มเข้าที่
ว่ากันว่าการชิงชัยบอลลีกก็เหมือนการวิ่งมาราธอน ไม่ใช่การวิ่งระยะสั้น หลังแมตช์เดย์ที่ 15 บาเยิร์นตามหลังดอร์ทมุนด์ถึง 9 แต้ม แต่ว่าก็ลดช่องว่างมาที่ 6 แต้มข้างหลังผ่านครึ่งฤดูกาลแรกไป แล้วก็แล้วบาเยิร์นก็ระเบิดฟอร์มแชมป์เก่าได้สำเร็จ เมื่อทำผลงานดีที่สุดชนะถึง 7 จาก 8 เกมปัจจุบัน (แพ้นัดหมายเดียว)

เวลาที่ดอร์ทมุนด์เอาชนะได้เพียง 4 นัด (เสมอ 3 แพ้ 1) กระทั่งทำให้พวกพ้องเสือใต้ผงาดกลับขึ้นมานำเป็นหัวหน้าฝูงด้วยผลต่างประตูที่มากกว่า 2 ลูก ขณะนี้คงพูดได้ว่าบาเยิร์นติดเครื่องเต็มที่จนกระทั่งแม่ทัพดอร์ทมุนด์เริ่มออกอาการหวั่นหวาดๆแล้วล่ะ

3) ศึกชิงบัลลังก์ที่อัลลิอันซ์ อารีน่า
90 นาทีแห่งศึก “แดร์ คลาสสิกเคอร์” ในวันที่ 6 ม.ย.นี้อาจเป็นการวินิจฉัยชะตาแชมป์บุนเดสลีกาเลยก็เป็นไปได้ โดยดอร์ทมุนด์จะต้องยกทัพไปเยือนถิ่นอัลลิอันซ์ อารีน่า รังเหย้าของบาเยิร์น มิวนิค ในแมตช์เดย์ที่ 28 ถึงแม้ในช่วงฤดูกาลนี้ บาเยิร์นจะทำผลงานในบ้านได้ไม่สู้ดีนัก

แต่เชื่อเถอะว่าการเล่นในบ้านซึ่งๆหน้าแฟนบอลกว่า 75,000 คนแถมถาดแชมป์บุนเดสลีกาที่พวกเขารู้จักดียังอยู่นิดเดียวแล้วล่ะก็... พวกพ้องเสือใต้คงเล่นด้วยความดุเดือดกว่าปกติอย่างแน่นอน

เวลาเดียวกันดอร์ทมุนด์นั้นมีสถิติไม่ค่อยดีนักสำหรับเพื่อการมาเยี่ยมดินแดนบาวาเรีย พวกเขาปราชัยให้กับบาเยิร์นใน 4 นัดหมายปัจจุบันที่มาเยี่ยมนครมิวนิค เสียถึง 17 ประตู ยิงคืนได้เพียง3 ลูกเท่านั้น ถ้าเกิดไม่นับผลงานในสมัยของคล็อปป์ที่พาเสือเหลืองมาชนะ 3 เสมอ 1 แล้วล่ะก็ ระหว่างปี 1993 ถึง 2010 ดอร์ทมุนด์ไม่สามารถเอาชนะบาเยิร์นถึงมิวนิคได้เลยสำหรับการพบกันทั้งหมด 18 ครั้ง ศึกคราวนี้บางทีอาจเป็นเกมที่น่าจับตาที่สุดในช่วงฤดูกาลนี้เลยทีเดียว

4) ตัวแปร X
ตัวแปร X ในที่นี้ก็คือดาวยิงที่ฉลองการยิงประตูด้วยวิธีการทำเครื่องหมาย X เสมอ “โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้” ผู้นำดาวซัลโวสูงสุดคนตอนนี้คือตัวแปรตัวสำคัญสำหรับการครองแชมป์ของบาเยิร์น ฤดูกาลนี้เขายิงไปแล้ว 17 ประตู รวมทั้งเพิ่งทำสถิติเป็นนักเตะต่างชาติที่ยิงประตูในบุนเดสลีกาสูงสุดชั่วกับชั่วกัลป์ (197 ประตู)

กัปตันทีมชาติประเทศโปแลนด์วัย 30 กะรัตคนนี้คือเครื่องรับประกันความสำเร็จของบาเยิร์น เขาสามารถยิงประตูในบุนเดสลีกาได้ถึง 81 เกมซึ่งช่วยให้บาเยิร์นเอาชนะคู่ปรปักษ์ได้ถึง 75 นัดหมาย เสมอ 5 นัดหมายและแพ้เพียงแต่นัดหมายเดียว มีอัตรายิง 1 ประตูในทุกๆ128 นาที บอกได้เลยว่าในเกมที่เหลืออีก 9 นัดหมาย เอาช้างมาผลักก็ไม่อยู่...

5) นิหรูหรา โควัช
ความมุ่งหวังที่กรุงมิวนิคนั้นยิ่งใหญ่พอได้ พวกเขาไม่อยากเป็นลำดับที่สอง “แชมป์เพียงแค่นั้น” คือวัตถุประสงค์ของเทรนเนอร์ป้ายแดงที่ถ้ำเสือใต้ แม้ว่าจะเริ่มต้นได้อย่างทุลักทุเล

แต่สมัยก่อนเทรนเนอร์ “อินทรีแดง-ดำ” ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ตและก็ทีมชาติโครเอเชียก็เริ่มปรับเท่าเทียมในกลุ่มเจริญขึ้นเรื่อยๆเขาใช้กองกลางตัวรับสองคนช่วยสกรีนการบุกให้กับเซ็นเตอร์ตัวหลักอย่าง นิคลาส ซือเล่อ กองหลังดาวรุ่งวัยเพียง 23 ปี นอกเหนือจากนี้ยังได้ ฮาเมส โรดริเกซที่หายเจ็บกลับมาช่วยในเกมรุกอีกด้วย

สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับบาเยิร์นก็คือ กุญแจในการครองแชมป์ของพวกเขาไม่ใช่การถล่มคู่แข่งขันแบบกินขาดซึ่งมีให้เห็นในหลายๆนัดหมายก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา แต่ว่าเป็นการเน้นผลที่เกิดขึ้นจากการแข่งขันในเกมที่ใกล้เคียงชี้ชะตากันด้วยประตูหลักๆ

ซึ่งพวกเขามักเอาชีวิตรอดได้เสมอ ตอนที่ดอร์ทมุนด์เองกลับพลาดท่าทำคะแนนหล่นไปหลายต่อบ่อย สิ่งนี้เองที่สร้างความไม่เหมือนให้กับทีมแชมป์และรองแชมป์ และนี่อาจจะเป็นกุญแจสำคัญสำหรับเพื่อการสังสรรค์แชมป์ลีก 7 ยุคติดต่อกันของพรรคพวกบาเยิร์น ณ จตุรัสมาเรียนพลัตซ์ หลังสิ้นสุดฤดูกาลสุดมันในพ.ค.นี้ก็เป็นได้
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : alexis-brill

ที่มา : http://alexis-brill.com

Tags : http://alexis-brill.com,alexis-brill.com,alexis-brill
 

กระเป๋า
ข่าวดารา
ข่าวบันเทิง
   ข่าวมุสลิม
ข่าวอิสลาม
  บายาน
บะยาน
  ลงประกาศฟรี
รวมเว็บลงประกาศฟรี